ครูเอกชนร้องช.พ.ค.ดอกโหดผ่อนหนี้เฉียด8พัน/ด.วอนออมสินใช้อัตราคงที่




      

ครูเอกชนร้องช.พ.ค.ดอกโหดผ่อนหนี้เฉียด8พัน/ด.วอนออมสินใช้อัตราคงที่

 

          ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เมื่อวันที่ 6 ต.ค.54 กลุ่มครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จำนวน10 คน นำโดยนางเนาวรัตน์ กีรติพิบูลเข้ายื่นหนังสือให้ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขอความอนุเคราะห์การผ่อนชำระเงินกู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค) 5 และ6 โดยมีผู้แทนนายวรวัจน์ มารับหนังสือแทน
          ทั้งนี้ นางเนาวรัตน์ เปิดเผยภายหลังว่า ขณะนี้ครูโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่ได้เข้าร่วมโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.5 และ6 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) มีเงินกู้สูงสุด 1.2 ล้านบาท และต้องผ่อนชำระกับธนาคารออมสิน ด้วยการหักบัญชีเงินเดือนของครูเดือนละ 6,400 บาท ภายในระยะเวลา 30 ปี ในอัตราดอกเบี้ย MLR-0.50 ต่อปี ซึ่งในระยะแรกนั้นมีการผ่อนชำระเดือนละ 6,400 บาท แต่ในช่วงเวลา 4-5 เดือน ที่ผ่านมาทางธนาคารออมสิน ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอยู่ที่ 7.50 ต่อปี ทำให้ผู้กู้ต้องผ่อนชำระเงินกู้เพิ่มเป็นเดือนละ 6,900 บาท และล่าสุดต้องผ่อนชำระเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 7,500 บาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น
          ถ้าเป็นเช่นนี้เงินกู้ ช.พ.ค.ที่หวังจะช่วยลดหนี้สินครู และเป็นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของครูก็คงไม่ช่วยอะไร เพราะการเก็บดอกเบี้ยแบบลอยตัวของธนาคารออมสิน จะทำให้ครูมีหนี้สิน และมีภาระเพิ่มมากขึ้น และเงินเดือนของครูโรงเรียนเอกชนไม่ได้ขึ้นตามค่าครองชีพมาหลายปีแล้วดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้ นายวรวัจน์เข้ามาช่วยเหลือผ่อนผันอัตราดอกเบี้ยในโครงการนี้โดยควรกำหนดเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ นางเนาวรัตน์ กล่าว
          ด้าน นางอติภา อาจมาก ครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวว่ามีความเดือดร้อนมากต่อไปอาจจะไม่มีเงินผ่อนชำระให้กับทางธนาคาร หากไม่ได้รับความช่วยเหลือ จาก รมว.ศึกษาธิการส่วนกรณีที่ สกสค.จะให้เงินกู้ ช.พ.ค.ใหม่ที่ปล่อยกู้สูงสุด 3 ล้านบาทนั้นควรจะต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ส่วนการกำหนดให้ทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ ที่ทราบว่าจะต้องเสียประมาณ 100,000 กว่าบาทนั้น ควรยึดตามความสมัครใจ เพราะการประกันดังกล่าวเมื่อครบ 10 ปีก็ต้องเสียเบี้ยประกันใหม่อีก

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 07 ต.ค. 54   อ่าน 119290 ครั้ง      คำค้นหา :