สพฐ.ยกเครื่องครูสอนวิทย์คณิต จับมือสสวท.ตั้งศูนย์พัฒนาทุกเขตพท. อบรมแม่พิมพ์ ร.ร.’เล็ก-กลาง&rs




      

สพฐ.ยกเครื่องครูสอนวิทย์คณิต จับมือสสวท.ตั้งศูนย์พัฒนาทุกเขตพท. อบรมแม่พิมพ์ ร.ร.'เล็ก-กลาง'หมื่นแห่ง

 

          เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมพิจารณาความคืบหน้าการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษา จากการวิเคราะห์สาเหตุเป็นเพราะปัจจัยความพร้อมของข้าราชการครู และสื่อการเรียนการสอน โดยเชื่อว่าหากแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด จะส่งผลถึงนักเรียนในทางที่ดีขึ้น ดังนั้น สพฐ.จะร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ (มรภ.) ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดหลักสูตรพัฒนาครูที่ไม่ได้มีวุฒิด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา ให้สอนวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะนำหลักสูตรระดับประถมศึกษา ระดับช่วงชั้นที่ 1 และ 2 มาดูในทุกหัวข้อ และจัดเป็นชุดอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน ชุดเครื่องมือปฏิบัติการ เพื่อให้ครูจัดการเรียนการสอนแบบมีการทดลอง เพื่อแก้ไขจุดอ่อนของนักเรียนที่เรียนวิทยาศาสตร์แบบแล็บแห้ง หรือเรียนจากหนังสือ ไม่ได้ทดลองจริง จากนี้ไปจะมีการทดลองทางวิทยาศาสตร์จริง และครูผู้สอนจะมั่นใจมากขึ้น โดยเชื่อว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนให้ดีขึ้น และทำให้คะแนนวิทยาศาสตร์ดีขึ้น ทั้งนี้ สพฐ.ตั้งเป้าให้ครูในโรงเรียนขนาดกลาง และขนาดเล็กกว่า 1 หมื่นแห่งเข้าร่วมโครงการนี้
          นายชินภัทรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สพฐ.จะร่วมกับสถาบันส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตามที่นายมนตรี จุฬาวัฒนทล ประธานกรรมการ สสวท.เสนอให้ สพฐ.จัดตั้งศูนย์ STEM หรือ Science and Technology Engineering and Mathematic เพื่อเตรียมบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่ง สพฐ.จะตั้งศูนย์ STEM ประจำเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ จะคล้ายกับศูนย์พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หรือศูนย์ ERIC เพื่อเป็นพี่เลี้ยงในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ
          สพฐ.ยังได้วางแผนพัฒนาให้มีศูนย์อาเซียนศึกษาครบ 225 เขตพื้นที่ศึกษา แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 183 เขต และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 42 เขต ซึ่งแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาจะเลือกโรงเรียนที่มีศักยภาพความพร้อมที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ในการจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา โดยโรงเรียนที่ได้รับเลือกเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางให้กับโรงเรียนเครือข่าย 1 ต่อ 10  เพื่อให้นักเรียน และครูใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ โดย สพฐ.ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางจะส่งเสริมให้ศูนย์อาเซียนศึกษามีความพร้อม จัดสรรงบประมาณ และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ไปให้ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของศูนย์ดังกล่าวให้มีคุณภาพต่อไป นายชินภัทรกล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 19 ธ.ค. 55   อ่าน 1826 ครั้ง      คำค้นหา :