บัณฑิตมทร.อีสานแห้ว’ตั๋วครู’เหตุสถาบันก๊อปหลักสูตร เปิดใบเสร็จจ่าย’บิ๊กมอส.’




      

บัณฑิตมทร.อีสานแห้ว'ตั๋วครู'เหตุสถาบันก๊อปหลักสูตร เปิดใบเสร็จจ่าย'บิ๊กมอส.'

          เปิดใบเสร็จรับเงิน 2 ฉบับ ยืนยันบิ๊กคุรุสภาจ่ายส่วนแบ่งกว่าล้านบาทให้อดีตผู้บริหาร'ม.อีสาน'
          จากกรณีมีการเปิดหลักฐานเป็นจดหมายลายมือของผู้บริหารคุรุสภา ส่งมอบเงิน 1.2 ล้านบาทให้อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.)ในฐานะผู้ประสานงานการจัดการเรียนการสอนปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษา ศูนย์หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ศูนย์หนองเรือ จ.ขอนแก่นและศูนย์ทรายมูล จ.ยโสธร ขณะที่นายองค์กรอมรสิรินันทร์ เลขาธิการคุรุสภา มองว่าเป็นการใส่ร้ายเล่นนอกเกม ทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ และลดความน่าเชื่อถือนั้น
          เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน อดีตเจ้าหน้าที่การเงินและสำนักบัญชี มอส.คนหนึ่ง กล่าวยืนยันว่าผู้บริหารคุรุสภาที่เขียนจดหมายถึงอดีตอธิการบดีมอส.เคยเข้ามาร่วมจัดการเรียนการสอนกับมอส.จริง โดยผู้บริหารคุรุสภาคนดังกล่าว เป็นผู้คิดริเริ่มในการจัดตั้งศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งระดับปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษาของมอส.โดยอ้างว่า เคยจัดตั้งศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งให้กับมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯมาแล้ว แต่การแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว จึงหันมาร่วมจัดตั้งศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งกับ มอส. ซึ่งขณะนั้นยังเป็นวิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ โดยเริ่มตั้งศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งกับ มอส.ครั้งแรกในปี 2549 จำนวน 3 แห่ง ใน 3 จังหวัด ได้แก่อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ รับนักศึกษา 64 คนอ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น รับ 45 คน และอ.ทรายมูล จ.ยโสธร รับ 59 คน รวมนักศึกษาจาก3 ศูนย์ 168 คน รหัส 49 ส่วนนักศึกษารุ่นที่ 2 รหัส 50 มีทั้งหมด 5 ศูนย์ ได้แก่ อ.เมืองยโสธร61 คน อ.หล่มเก่า 20 คน อ.หนองไผ่ 20 คนอ.วังสะพุง 40 คน และ อ.หนองเรือ 26 คนรวม 167 คน
          สำหรับส่วนแบ่งรายได้การร่วมกันตั้งศูนย์นอกที่ตั้ง และจัดการเรียนการสอนร่วมกับมอส.นั้น ได้ตกลงไว้ว่า 40% เป็นของผู้บริหารคุรุสภา อีก 60% ส่งเข้ามหาวิทยาลัย แต่ผู้บริหารมอส.ได้เพิ่มส่วนแบ่งให้กับผู้บริหารคุรุสภาคนดังกล่าวอีก 10% ดังนั้น จะเหลือเงินค่าลงทะเบียนที่เก็บจากนักศึกษาที่ต้องส่งให้ มอส.แค่ 50% อดีตเจ้าหน้าที่การเงินฯคนเดิมกล่าว
          อดีตเจ้าหน้าที่การเงินฯกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ผู้บริหารคุรุสภาคนดังกล่าวยังไม่ได้นำเงินค่าลงทะเบียนที่เรียกเก็บจากนักศึกษา จำนวน 27 คนรวมเป็นเงิน 783,000 บาท ส่งให้กับ มอส. และเมื่อ มอส.ทวงถามจากนักศึกษากลุ่มดังกล่าวเนื่องจากค้างจ่ายเงินค่าลงทะเบียน กลับได้รับการยืนยันว่าชำระเงินครบแล้ว โดยระบุว่าจ่ายเงินผ่านภรรยาผู้บริหารคุรุสภา อย่างไรก็ตาม เมื่อมอส.ไม่ได้รับค่าลงทะเบียน จึงไม่สามารถมอบใบแสดงผลการเรียนหรือทรานสคริปต์ให้แก่นักศึกษาทั้ง 27 คนได้ ทั้งที่จบการศึกษาตั้งแต่ปี 2550
          มอส.ได้แนะนำให้นักศึกษากลุ่มนี้ทวงถามและติดต่อไปยังผู้บริหารคุรุสภาคนดังกล่าว แต่เมื่อนักศึกษาติดต่อไป ผู้บริหารคุรุสภาไม่ยอมรับโทรศัพท์ รวมทั้งนักศึกษาบางคนไม่กล้าท้วงถามเนื่องจากผู้บริหารคุรุสภาคนดังกล่าวมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูง อีกทั้งนักศึกษาเกือบ 100%ต้องการเป็นครู จึงเกรงว่าถ้าออกมาเรียกร้อง จะกระทบต่อการยื่นขอใบประกอบวิชาชีพครู ทุกคนเลยไม่กล้าทวงถาม อดีตเจ้าหน้าที่การเงินฯกล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากจดหมายลายมือที่ผู้บริหารคุรุสภาเขียนถึงนายอัษฎางค์ แสวงการอดีตอธิการบดี มอส.เพื่อส่งมอบเงิน 1.2 ล้านบาทนั้น ยังมีใบสำคัญรับเงิน 2 ฉบับ ลงวันที่ 7 เมษายน 2551 ซึ่งเจ้าหน้าที่การเงินฯมอส.ได้รับเงินจากผู้บริหารคุรุสภา โดยระบุว่าเป็นเงินงวดสุดท้ายของนักศึกษา รหัส 49 ปริญญาโท ของศูนย์ 147,600 บาท โดยมีลายเซ็นเจ้าหน้าที่การเงินฯ เซ็นรับเงิน และมีลายเซ็นของผู้บริหารคุรุสภาในช่องผู้จ่ายเงิน ส่วนใบสำคัญรับเงินอีกฉบับลงวันที่ 7 สิงหาคม 2551 ซึ่งอดีตอธิการบดีมอส.ได้รับเงินจากผู้บริหารคุรุสภาคนเดียวกันเป็นค่าลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาปริญญาโทรุ่นที่ 2 ศูนย์เพชรบูรณ์ เลย และขอนแก่น1,000,000 บาท โดยมีลายเซ็นของอดีตผู้บริหารมอส.ในช่องผู้รับเงิน และผู้บริหารคุรุสภาเซ็นในช่องผู้จ่ายเงิน
          นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีนายธนาวัฒน์ น้อยหา เลขานุการคณะกรรมการนักศึกษา มอส.ซึ่งเป็นผู้ดูแลศูนย์โรงเรียนเลิศปัญญาอ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และศูนย์โรงเรียนวีรวัฒน์โยธินอ.เมือง จ.สุรินทร์ เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น สาขาย่อยบ้างทุ่ง เพื่อดำเนินคดีกับนายองค์กร และคณะกรรมการควบคุมการดำเนินการของ มอส. 14 คน ข้อหาสร้างความเสียหายให้กับนักศึกษา มอส. ว่า ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวโดยแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนนักศึกษานั้น ไม่ใช่นักศึกษาจริงแต่มีผลประโยชน์แอบแฝงกับการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งของ มอส. ตนจึงสั่งการให้นิติกรสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)และคณะกรรมการควบคุมฯหาหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล หรือเอกสาร ที่ยึดโยงกับการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง มอส.เพื่อฟ้องกลับให้เร็วที่สุดในข้อหาแจ้งความเท็จ
          นายไชยยศกล่าวว่า ฝากถึงนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู ที่เรียนในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งของ มอส.ที่ขณะนี้เข้าใจว่าภาครัฐจะลอยแพหรือไม่ช่วยเหลือเยียวยานั้น ตนทราบว่านักศึกษา ป.บัณฑิต ตามศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งเหล่านั้น บางคนเรียนจริงบางคนซื้อใบ ป.บัณฑิตมา ซึ่งคนที่เรียนจริงก็ควรได้รับการช่วยเหลือ แต่ติดขัดที่ไม่รู้ว่าจะเชื่อมโยงกับ มอส.อย่างไร เพราะศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านการรับรู้ของสภา มอส.มาแต่ต้น เท่ากับผิดกฎหมายมาแต่แรก การจะเข้าไปช่วยเหลือโดยจัดให้เรียนเพิ่มเติมได้ ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าเชื่อมโยงกับ มอส. จึงอยากให้นักศึกษาออกมาฟ้องผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งเหล่านั้น โดยจะจัดหาทนายความ และออกค่าใช้จ่ายให้ ซึ่งสามารถติดต่อแสดงตัวได้ที่คณะกรรมการควบคุมฯ หรือนายสุมนต์ สกลไชยอธิการบดี มอส.
          นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาเมื่อเร็วๆ นี้ มีมติไม่รับรองหลักสูตรป.บัณฑิต ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) อีสาน เพราะตรวจพบว่านำหลักสูตรป.บัณฑิตของ มทร.พระนครมาใช้ ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยต้องมีหลักสูตรป.บัณฑิตของตนเอง ดังนั้น นักศึกษา 43 คนที่จบหลักสูตร ป.บัณฑิต มทร.อีสาน จึงไม่มีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยคุรุสภาจะหาทางเยียวยานักศึกษาโดยให้สอบเทียบความรู้ตามมาตรฐานที่คุรุสภากำหนด ซึ่งเบื้องต้นพบว่ายังขาดมาตรฐานการวิจัย และวิชาความเป็นครู แต่หากนักศึกษายังสอบไม่ผ่าน คุรุสภาจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร
          ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยจะเปิดสอน ป.บัณฑิตกันก่อน แล้วค่อยเสนอให้คุรุสภารับรอง พอเกิดปัญหาขึ้นก็ต้องไปช่วยเหลือเยียวยานักศึกษาเพราะไม่ใช่ความผิดของพวกเขา เพราะเวลาไปเรียนก็คิดว่าทุกอย่างถูกต้องแล้ว นายดิเรกกล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 20 มิ.ย. 54   อ่าน 86069 ครั้ง      คำค้นหา :