รมต.ฟื้นแป๊ะเจี๊ยะ แลกลูก’เข้าเรียน’
รมต.ฟื้นแป๊ะเจี๊ยะ แลกลูก'เข้าเรียน'
สุชาติ ปิ๊งไอเดีย ห้ามวิ่งเต้นฝากเด็กเข้าเรียน แต่ไม่ห้ามรับเงินบริจาคเพื่อแลกโอกาสการได้เข้าเรียน แจงเหตุรัฐบาลมีงบประมาณสนับสนุนสถานศึกษาจำกัด ยันไม่ก้าวล่วงมาตรการประเมินคุณภาพระดับอุดมศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัย คาดตลาดแรงงานประเมินจากบัณฑิตที่จบการศึกษาได้ ชี้มหาวิทยาลัยมีมากหากมาตรฐานไม่ถึง อาจต้องปิดตัวลง เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงการรับนักเรียนประจำปีการศึกษา 2555 ว่า ตนจะไม่ให้มีการวิ่งเต้นฝากเด็กเข้าเรียนอย่างแน่นอน และก็จะไม่รับฝากใครเข้าเรียนด้วยไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือใครก็ตาม ไม่เช่นนั้นประชาชนจะหาความยุติธรรมได้จากที่ไหน ส่วนการขอรับบริจาคของโรงเรียนก็คงไม่ไปเข้มงวด เพราะต้องเข้าใจว่าในปัจจุบันงบประมาณที่จะนำไปสนับสนุนโรงเรียนยังไม่เพียงพอ ดังนั้น ทางโรงเรียนจำเป็นต้องขอรับบริจาค แต่ทุกอย่างต้องทำอย่างโปร่งใสไม่ใช่การทุจริตคอร์ รัปชั่น เช่น รับบริจาคมาแล้วเอาเงินเข้ากระเป๋าผู้บริหารสถานศึกษา เป็นต้น ศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการรับเงินบริจาคเพื่อแลกกับการเข้าเรียน หากมีการกำหนดไว้ในระบบวิธีการรับนักเรียนก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ใช่การเก็บเงินเข้ากระเป๋าของผู้บริหารเอง เพราะโรงเรียนในต่างจังหวัด ทางกระทรวงไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ หากต้องการครูสอนภาษาอังกฤษตนก็ยินดีที่จะให้เรี่ยไรเงินจากผู้ปกครองและคงไม่ห้าม เพราะหากให้ผู้ปกครองบริจาคแล้วไม่ให้สิทธิเข้าเรียนก็คงไม่มีใครบริจาค เหมือนโรงเรียนเอกชนชื่อดัง เวลาจะเข้ายังต้องจ่ายเงินหลายแสนบาท สำหรับกรณีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เปิดศูนย์จัดการศึกษานอกที่ตั้งกันมากนั้น ตนคงไม่เข้าไปดูการเปิดหลักสูตรต่าง ๆ เพราะสำนัก งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายหลักสูตรที่ไม่ได้เปิดสอน แม้จะผ่านการอนุมัติจากสภามหา วิทยาลัยมาแล้ว ทั้งนี้ตนคงไม่ไปตัดสินว่ามหาวิทยาลัยแห่งไหนดีหรือไม่ดี ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเอง มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนมาแล้วไม่ได้มาตรฐาน เช่น เอาคนไม่เก่งไปเป็นอาจารย์สอน คนที่จ่ายเงินเข้าไปเรียนก็จะตัดสินเอง หรือจ่ายครบจบแน่ คนเรียนก็คงไม่ยอม สิ่งเหล่านี้เป็นการประเมินจากบุคคลที่สาม ผมจึงไม่ไปตัดสินอะไรเพราะตราบใดที่เขามีตลาด มีผู้เรียนก็ต้องให้ตลาดเป็นผู้ตัดสิน ผมคิดว่าตอนนี้มหาวิทยาลัยในเมืองไทยมีมากเกินไปต่อไปคงจะเจ๊งกันแน่นอน เหมือนที่ญี่ปุ่นเคยมีมหาวิทยาลัยกว่าพันแห่งตอนนี้เหลือประมาณ 700 แห่งเท่านั้น รมว.ศึกษาธิการ กล่าว.
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ |
|
โพสเมื่อ :
24 ม.ค. 55
อ่าน 27413 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |