ส.ค.ศ.ท.จี้ศธ.รื้อแผนรับเด็กมัธยมฯ ชี้เพิ่มความเข้มข้นแนะแนวเรียนอาชีพ หวั่นขยายม.4 คุณภาพหด-เข้าคิว




      

ส.ค.ศ.ท.จี้ศธ.รื้อแผนรับเด็กมัธยมฯ ชี้เพิ่มความเข้มข้นแนะแนวเรียนอาชีพ หวั่นขยายม.4 คุณภาพหด-เข้าคิวตกงาน

 

          ผศ.ดร.สุรวาท ทองบุ ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปัญหาบัณฑิตปริญญาตรีมีสถิติตกงาน จำนวนมาก ตนจึงมีข้อเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปรับปรุงแผนการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ใหม่ โดยในส่วนนักเรียนชั้น ม.1 อยากให้นำระบบการแบ่งห้องเรียนตามสาขาวิชาและความถนัดกลับมาใช้ เพื่อจะได้เริ่มกำหนดความต้องการของนักเรียนได้ถูกต้อง จากนั้นในการเลือกเข้าศึกษาต่อของนักเรียนชั้น ม.4 อยากให้มีการรณรงค์ให้นักเรียนเลือกเรียนสายวิชาชีพหรือเรียนตามความถนัด โดย ศธ.ต้องให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามแผนการรับนักเรียนเข้าสู่สายอาชีวศึกษา ให้ได้ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ คือ ผู้เรียนสายอาชีพ ร้อยละ 60 และสายสามัญศึกษา ร้อยละ 40 ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เด็กต้องเข้าแถวไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วในที่สุดก็เข้าคิวตกงานกัน
          ปัญหาของทุกวันนี้ คือ การที่ผู้ใหญ่ไม่รู้จักเด็ก ไม่เข้าใจแล้วก็ไปตามใจเด็ก ทั้งที่จริง ๆ แล้วผู้ปกครองและครูต้องรู้จักว่า เด็กคนไหนควรไปสายอาชีพ หรือสายสามัญฯ ซึ่ง ในประเทศที่เจริญแล้วหลายแห่งก็นิยมให้เด็กเลือกเรียนสายอาชีวะกันทั้งสิ้น ดังนั้น ควรจะต้องมีการนำหลักวิชาการแนะแนวที่ถูกต้องเข้ามาใช้ แต่ปัจจุบันมันไม่มีการแนะแนว ไม่มีใครรณรงค์ เมื่อไม่มีก็ทำให้เด็กเลือกเรียนแต่สายสามัญฯ จบมาก็ไปเข้ามหาวิทยาลัยกันหมด ทั้งที่เวลานี้เรามีปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการแล้ว โดยนักศึกษาที่จบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  (ปวส.) สามารถเรียนต่อระดับปริญญาตรีวิชาชีพสายตรงได้ต่อเนื่อง และจบภายใน 2 ปี ซึ่งถ้าจะให้ดีเด็กกลุ่มนี้ควรมาจากสายประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตั้งแต่เริ่มแรก แล้วพวกเขาเหล่านี้จะเป็นแรงงานฝีมือในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้าเด็กคิดเองไม่ได้ก็ต้องมีการแนะนำเขา ผศ.ดร.สุรวาท กล่าว
          ผศ.ดร.สุรวาท กล่าวด้วยว่า ตนไม่เห็นด้วยกับนโยบายการขยายห้องเรียนเพื่อรับนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้น ม.4 แต่เห็นว่า ศธ.ควรมีนโยบายจำกัดจำนวนรับนักเรียนให้เหมาะสมในแต่ละโรงเรียน เนื่องจากบางโรงเรียนมีนักเรียนห้องละ 50-55 คน โดยเฉพาะโรงเรียนยอดนิยมและโรงเรียนประจำจังหวัด ทั้งที่มาตรฐานจำนวนนักเรียนควรจะอยู่ที่ห้องเรียนละ 25 คน ปัญหานี้ทำให้ครูสอนเด็กไม่ทั่วถึง แค่ตรวจการบ้านก็หมดเวลาแล้ว เด็กของเราจึงไม่เป็นเลิศเท่าที่ควร.

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 2 ต.ค. 2555 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 01 ต.ค. 55   อ่าน 1882 ครั้ง      คำค้นหา :