คอลัมน์: ชีพจรครู: ถึงเวลา...ยกเครื่องแม่พิมพ์
คอลัมน์: ชีพจรครู: ถึงเวลา...ยกเครื่องแม่พิมพ์
ฆ้องกันมานานว่าจะยกเครื่องการผลิตครูทั้งระบบ โดยเฉพาะการให้ใบตีอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่จะจำแนกตามสาขาที่จบ รวมถึงครูผู้สอนต้องสอนตามสาขาที่ได้ใบอนุญาตฯด้วย เพื่อครูจะได้รับการยกระดับมาตรฐาน ล่าสุดเรื่องนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น เมื่อนายพฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ประธานคณะทำงานปรับแก้ร่างข้อบังคับและร่างประกาศมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาและจรรยาบรรณวิชาชีพของคุรุสภาออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ โดยผลการประชุมรับฟังความคิดเห็นเรื่องมาตรฐานวิชาชีพและเกณฑ์การรับรองปริญญาทางการศึกษาปรากฏความคืบหน้าว่า คุรุสภาได้ปรับร่างข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2554,มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา, จรรยาบรรณของวิชาชีพ แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณและการประพฤติผิดจรรยาบรรณ พ.ศ.2554, สาระความรู้และประสบการณ์วิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาและศึกษานิเทศก์ ตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2554 และร่างประกาศคุรุสภา เรื่องการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2554 ในบรรดาร่างข้อบังคับคุรุสภาและร่างประกาศคุรุสภาดังกล่าว ฉบับหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากคนแวดวงครูคือ ร่างข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2554 โดยสาระสำคัญคือ จะเป็นการปฏิรูปการออกใบอนุญาตและมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาครั้งใหญ่ ทั้งวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาและศึกษานิเทศก์ ประธานคณะทำงานฯบอกว่า การยกร่างข้อบังคับคุรุสภาฯครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก และคาดหวังว่าจะทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพยกระดับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอีก 3-5 ปี โดยในส่วนของวิชาชีพครูนั้น ข้อบังคับปัจจุบันกำหนดมาตรฐานความรู้ประสบการณ์วิชาชีพ และการปฏิบัติตนไว้แต่ไม่ได้กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ดังนั้นในร่างข้อบังคับใหม่ จะกำหนดมาตรฐานวิชาเอกด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ต่อไปนี้การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะต้องตรงกับวิชาเอกที่สอน โดยจะมีใบอนุญาตฯระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษา ส่วนระดับมัธยมศึกษา จะมีใบอนุญาตฯตามวิชาเอกซึ่งครูต้องสอนตรงตามวิชาเอกที่ได้รับใบอนุญาตฯ กล่าวโดยสรุปคือ ร่างข้อบังคับคุรุสภาใหม่จะมีผลบังคับให้หลักสูตรผลิตครู 5 ปีต้องปรับให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพดังกล่าวตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป และจะส่งผลให้บัณฑิตที่จบออกมาเป็นครูนับตั้งแต่ปี 2561 ต้องขอใบอนุญาตฯแบบใหม่ ซึ่งเชื่อกันว่าจะทำให้คุณภาพครูดีขึ้น แต่ทั้งนี้เรื่องนี้จะไม่มีผลย้อนหลังกับครูที่มีใบอนุญาตฯอยู่เดิม ซึ่งสามารถใช้ได้ปกติ สำหรับครูหลักสูตรอิงลิชโปรแกรมและครูโรงเรียนนานาชาตินั้น ก็มีการปรับปรุงการออกใบอนุญาตฯเช่นกัน โดยคุรุสภาจะกำหนดให้ครูกลุ่มนี้มายื่นขอใบอนุญาตฯเฉพาะ แต่ต้องมีมาตรฐานความรู้เพิ่มเติมในวิชาภาษาอังกฤษตามที่คุรุสภากำหนดซึ่งหากสอบผ่านจะได้ใบอนุญาตฯสำหรับครูอิงลิชโปรแกรมและครูโรงเรียนนานาชาติ โดยจะมีผลต่อเงินเดือนที่สูงขึ้นทั้งนี้หากสามารถประกาศใช้ร่างข้อบังคับคุรุสภาฯฉบับนี้ได้เร็ว ในส่วนของครูหลักสูตรอิงลิชโปรแกรมและครูนานาชาติน่าจะออกใบอนุญาตฯได้ในปี 2555 ร่างประกาศคุรุสภาอีกฉบับที่อยู่ในความสนใจของวงการครู คือ ร่างประกาศคุรุสภาเรื่องการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาฯโดยได้ปรับสาระใหม่ อาทิหลักสูตรปริญญาหรือประกาศนียบัตร ที่จะเสนอให้คุรุสภารับรอง เพื่อใช้ขอใบอนุญาตฯนั้น จะต้องยื่นขอรับการประเมินหลักสูตรเพื่อรับรองก่อนเปิดสอนไม่น้อยกว่า 90 วัน จากเดิมที่ไม่ได้มีการกำหนดไว้ ทำให้สถาบันการศึกษาเปิดสอนและรับนักศึกษาไปแล้ว แล้วเพิ่งมายื่นขอประเมินภายหลังจนทำให้เกิดปัญหากับผู้เรียน และการรับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางการศึกษานั้น ก็ให้การรับรองไม่เกินคราวละ 5 ปี คุรุสภาตั้งเป้าว่าจะประกาศใช้ร่างปรับปรุงใหม่เหล่านั้นภายในปี 2554 นี้ ซึ่งนั่นหมายความว่าเราจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของวงการครูในเร็ววันนี้...
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
27 ก.ค. 54
อ่าน 77852 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |