ชี้รัฐไทยอ่อนแอจัดการศึกษาทุกมิตินักวิชาการท้าทายรัฐจริงใจปฏิรูป-บริหารทรัพยากร
ชี้รัฐไทยอ่อนแอจัดการศึกษาทุกมิตินักวิชาการท้าทายรัฐจริงใจปฏิรูป-บริหารทรัพยากร
ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ รักษาการผอ.สถาบันรามจิตติ กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาโครงการจับกระแสความเคลื่อนไหวและนวัตกรรมในการจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กและเยาวชน (INTREND) เรื่องวิกฤตการณ์การจัดการศึกษาของรัฐ สัญญาณเตือนจากกระแสโลก จัดโดยสถาบันรามจิตติ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า ในรอบปีที่ผ่านมามีกระแสความเคลื่อนไหวจากภาคประชาชนต่อนโยบายปฏิรูปการศึกษาของรัฐมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นนโยบายตัดลดงบประมาณ การเพิ่มค่าเล่าเรียน ความอ่อนด้อยของคุณภาพการศึกษาของรัฐ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของรัฐ ความพยายามแปรรูปการศึกษาสู่ธุรกิจเพื่อการแข่งขันการคอร์รัปชั่น ดร.จุฬากรณ์กล่าวต่อว่า ปัญหาร่วมในการจัดการศึกษาของรัฐจากหลายประเทศ คือ 1.ปัญหาเรื่องการจัดการงบการศึกษาที่รัดเข็มขัดและลำดับความสำคัญ 2.ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความด้อยคุณภาพของการศึกษา ที่รัฐเป็นผู้บริหารจัดการและลงทุน 3.การขาดธรรมาภิบาลของรัฐ และ 4.ข้อจำกัดระบบราชการที่มีลักษณะอำนาจนิยมและล้าหลัง เมื่อดูจากกระแสโลกข้อจำกัดทางทรัพยากรมาแรงมาก จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า หลังจากนี้ควรวางแผนทรัพยากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากจุดที่รัฐไทยอ่อนแอคือ เรื่องของการจัดการในทุกมิติ ทั้งนี้เป็นความท้าทายรัฐไทยมาก หากจะจริงจังในการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งต้องชัดเจนว่าจะมีการบริหารจัดการได้ดีเพียงไร มีธรรมาภิบาลที่โปร่งใส มีเครื่องมือตรวจสอบได้อย่างไรและเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมจัดการศึกษา รักษาการผอ.สถาบันรามจิตติ กล่าว ด้านนางอุทุมพร จามรมาน อดีตผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า ไทยมีจุดอ่อนการจัดการทุกเรื่องทุกระดับ มองไม่ออกว่าจะต้องจัดการอย่างไร แม้แต่ผู้ที่เรียนการจัดการศึกษามาก็บริหารไม่เป็น มีแค่เปลือก ซึ่งตนเคยเสนอว่า ศธ. ควรเล็กลงและต้องกระจายออกไปยังท้องที่
--ข่าวสด ฉบับวันที่ 23 มี.ค. 2555 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
22 มี.ค. 55
อ่าน 10781 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |