สพป.กาฬสินธุ์ปลื้ม’สามเกลอโมเดล’แก้ปม’โรงเรียนขนาดเล็ก’ผลสัมฤทธิ์นักเรียนเพิ
สพป.กาฬสินธุ์ปลื้ม'สามเกลอโมเดล'แก้ปม'โรงเรียนขนาดเล็ก'ผลสัมฤทธิ์นักเรียนเพิ่ม5%
นายพจน์ เจริญสันเทียะ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 2 กล่าวถึง รูปแบบการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กของโรงเรียนในสังกัด สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ว่า จากโรงเรียนในสังกัด 151 แห่ง มีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คนจำนวน 84 แห่ง ซึ่งหลายแห่งไม่สามารถปฏิบัติงานด้านการพัฒนาคุณภาพนักเรียนได้ตามเป้าหมาย โดยปัญหาที่พบคือ มีครูไม่ครบชั้นเรียน ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน และวัสดุอุปกรณ์ โดยเฉพาะสื่อเทคโนโลยี จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ครูและนักเรียนไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้ อีกทั้งการจัดงบประมาณรายหัวในโรงเรียนขนาดเล็กไม่เท่าเทียมกับแห่งอื่นๆ นายพจน์กล่าวต่อว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขตพื้นที่ฯได้นำสามเกลอโมเดลเข้ามาทดสอบใช้ในโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ตำบลเดียวกัน โดยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนจัดวางตารางเรียน รูปแบบการเรียนการสอนใหม่ โดยดึงเอาศักยภาพเด่นของแต่ละโรงเรียนเป็นจุดหลัก มีการหมุนเวียนเรียนทั้งครูและนักเรียน โดยทางเขตพื้นที่ฯได้จัดการศึกษาแบบสามเกลอโมเดล ซึ่งมีโรงเรียน 3 แห่งเป็นจุดนำร่อง ได้แก่ โรงเรียนบ้านชัยศรีสุข โรงเรียนมิตรมวลชน 5 (บ้านไทยเจริญ) และโรงเรียนคำบอนวิทยาสรรพ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยได้กำหนดให้โรงเรียนรับผิดชอบชั้นอนุบาลและ ป.1-3 เหมือนเดิมส่วนระดับชั้น ป.4-6 จะให้โรงเรียนรับผิดชอบโรงเรียนละ1 ช่วงชั้น ซึ่งโรงเรียนมิตรมวลชน 5 รับผิดชอบ ป.4 โรงเรียนคำบอนวิทยาสรรพ์ รับผิดชอบ ป.5 และโรงเรียนบ้านชัยศรีสุข รับผิดชอบ ป.6 ในช่วงแรก และเริ่มขยับเป็นโรงเรียนมิตรมวลชน 5 รับผิดชอบสอนอนุบาลและ ป.1-2 โรงเรียนบ้านคำบอน รับผิดชอบอนุบาลและ ป.3-4 และโรงเรียนบ้านชัยศรีสุข รับผิดชอบอนุบาลและ ป.5-6 ผลจากการทดลองใช้รูปแบบสามเกลอโมเดล ซึ่งเป็นลักษณะเครือข่ายรับเหมาชั้นเรียน นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมาผลที่เกิดขึ้นเป็นบวก โดยในส่วนของ ผู้บริหาร ได้เปิดรับแนวความคิดของชุมชนและบุคลากรในสถานศึกษาของตนเอง ส่วนครู ได้รับผลดีโดยตรง คือไม่ต้องแบกรับภาระการสอนหลายชั้นเรียน มีเครือข่ายทางวิชาการสำหรับแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ส่วนนักเรียน สามารถพัฒนาตามหลักสูตรได้เต็มรูปแบบ และได้รับโอกาสทางการศึกษาเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ น่าภาคภูมิใจคือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 5% จากเดิมที่มีผลสัมฤทธิ์อยู่ระดับท้ายๆ ของเขตพื้นที่ฯ นายพจน์กล่าว นายพจน์กล่าวด้วยว่า ในอนาคตจะมีการนำรูปแบบสามเกลอโมเดล ขยายไปยังโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป คาดว่าน่าจะเป็นผลดีต่อการปรับตัวของโรงเรียนขนาดเล็กในระบบการศึกษาของไทย อย่างไรก็ตาม จากผลดำเนินการจัดการศึกษาแบบสามเกลอโมเดล ทำให้ชาวบ้านเกิดความพึงพอใจมาก และดีใจที่ไม่ต้องยุบโรงเรียนทิ้ง ซึ่งปัจจุบันคนในชุมชนของโรงเรียนทั้ง 3 แห่งผู้ปกครองตื่นตัวและไม่ส่งเด็กมาเรียนในอำเภอหรือตัวจังหวัดเหมือนในอดีต ซึ่งสังเกตได้จากจำนวนนักเรียนของโรงเรียนเหล่านี้ที่เพิ่มขึ้นมากถึง 20%
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
05 ส.ค. 54
อ่าน 40036 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |