ศธ.ผุดหลักสูตรเตรียมพร้อมเป็นพ่อ-แม่ให้ นศ.ก่อนมีครอบครัว




      

ศธ.ผุดหลักสูตรเตรียมพร้อมเป็นพ่อ-แม่ให้ นศ.ก่อนมีครอบครัว

 

          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ โดยมีน.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น โดยนายกฯได้ให้ความสำคัญกับเด็กปฐมวัย จึงได้ให้กำหนดหลักเกณฑ์การพัฒนาเด็กปฐมวัย 5 ด้าน ได้แก่ 1. พัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วในชีวิต 2.การลงทุนที่คุ้มค่าในเด็กปฐมวัย 3.ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม 4.การสร้างรากฐานของชีวิต และ 5.เป็นช่วงวัยที่ต้องได้รับการปลูกฝังและบ่ม เพราะเป็นพิเศษ  อย่างไรก็ตาม  ทั้งหมดนี้ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเข้าไปส่งเสริมเด็กปฐมวัย โดยเร่งรัดให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนารอบด้านตามวัย อย่างมีคุณภาพ และต่อเนื่อง

          นายกฯ ได้มอบให้ศธ.ไปบูรณาการกับ 8 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันทำแผนการดูแลเด็กปฐมวัยช่วงแรกเกิดถึงก่อนอายุ 6 ขวบ ว่าในแต่ละช่วงอายุนั้น ช่วงไหนควรจะดูแลอะไรบ้าง เช่น เรื่องอาหารเสริมทางสมอง และขั้นตอนการดูแล การปลูกฝัง เป็นต้น ดังนั้น ศธ.จะไปทำแผนทั้งหมดแล้วจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกัน  ซึ่งคาดว่าการจัดทำแผนการดูแลเด็กปฐมวัยนี้น่าจะได้ข้อสรุปไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ และในเดือนมีนาคมจะเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาฯโดยมีนายกฯเป็นประธาน รมว.ศธ. กล่าว

          ด้าน นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า นายกฯ เข้าใจถึงการดูแลเด็กมากเนื่องจากมีประสบการณ์จากการเลี้ยงลูกและยังได้นำมายกตัวอย่างถึงการดูแลเด็กด้วย นอกจากนี้ ท่านนายกฯยังได้เน้นย้ำว่าเด็กปฐมวัยทุกคนต้องได้รับการพัฒนาและได้รับการดูแลให้มีคุณภาพ ซึ่งควรจะมีการสอนพ่อแม่ก่อนที่จะมีลูก ดังนั้น ศธ.จึงรับลูกว่าจะไปปรับหลักสูตรอุดมศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเตรียมความพร้อมก่อนจะ ไปสู่วัยการมีครอบครัว โดยเฉพาะควรจะรู้เรียนรู้การเลี้ยงลูกที่ดีนั้นควรปฏิบัติอย่างไร  เนื่องจากการเลี้ยงลูกเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งในระบบการเรียนการสอนของไทยนั้น เด็กมักจะเรียนหนังสือตั้งแต่ระดับประถมฯจนกระทั้งจบปริญญาตรี ใช้เวลา 16 ปี แต่ไม่ได้มีการเรียนรู้เรื่องการเป็นพ่อ-แม่ที่ดีเลย ดังนั้น รมว.ศธ. จึงรับที่จะให้ศธ.ดำเนินการเรื่องนี้  นอกจากนี้ นายกฯ ยังเสนอให้เน้นการส่งเสริมการรักษ์ความเป็นไทยของนักเรียนด้วย  เช่น การอ่อนน้อมถ่อมตน การมีระเบียบวินัย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ต้องสอนตั้งแต่เด็ก ๆเพราะเด็กในปัจจุบันจะไม่ฟังพ่อแม่แต่มักจะทำตามใจตนเอง

          เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ข้อมูลในปัจจุบันยังพบว่า เด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 2 ขวบครึ่งจำนวน 20% หรือประมาณ 160,000 คน จากเด็กทั้งหมด 800,000 คน นั้นยังไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เช่น ไม่ได้เข้ารับการดูแลจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งมีทั้งกลุ่มเด็กตกหล่นจากการสำรวจและเด็กต่างด้าว จึงทำให้ขาดการเรียนรู้และขาดการฉีดวัคซีนตามอายุ ดังนั้น เด็กกลุ่มนี้จึงต้องมีผู้รับผิดชอบในการเข้าไปดูแล โดยศธ.จะต้องให้มีการกำหนดไว้ในแผนให้ชัดเจนขึ้นว่าหน่วยงานใดจะเข้าไปดูแล

 

          ที่มา: http://www.naewna.com



โพสเมื่อ : 06 ม.ค. 55   อ่าน 110435 ครั้ง      คำค้นหา :