ผู้ปกครองร้องศาลปกครองโรงเรียนกีดกันเด็กโฮมสคูล’ชินภัทร’หาทางยืดหยุ่นเท่าน.ร.ปกติ




      

ผู้ปกครองร้องศาลปกครองโรงเรียนกีดกันเด็กโฮมสคูล'ชินภัทร'หาทางยืดหยุ่นเท่าน.ร.ปกติ

นางจิราพัชร จันทร์แก้ว ผู้ปกครองที่จัดการศึกษาให้บุตรหลานในระบบบ้านเรียนหรือโฮมสคูล จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าตนได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอให้ฟ้องต่อศาลปกครองกรณีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกประกาศรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโครงการพัฒนาโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย โดยกำหนดเงื่อนไขว่าผู้สมัครต้องได้เกรดเฉลี่ยสะสมในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5 ไม่ต่ำกว่า 3.5 ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่กีดกัน ด.ช.เดชานันท์ สะอาดพงษ์ ที่เรียนในระบบโฮมสคูล ซึ่งถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญและพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แต่ด้วยระบบการประเมินที่ต่างกันทำให้บุตรชายของตนเองต้องเสียสิทธิในการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนดังกล่าว ทั้งที่มีคุณสมบัติครบถ้วนโดยทางคณะกรรมการสิทธิฯได้พิจารณาแล้วว่าเรื่องดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็ก จึงทำคำฟ้องและคำขอคุ้มครองชั่วคราวยื่นต่อศาลปกครองจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งรับฟ้องและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แล้วในเดือนกันยายน ขณะนี้ตนได้ให้บุตรไปสมัครเรียนเรียบร้อยแล้ว โดยถือว่าสมัครได้ตามคำสั่งศาลและยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกร้องเรื่องดังกล่าวให้ถึงที่สุด
          นางจิราพัชรกล่าวว่า ระบบการสอบประเมินของโรงเรียนทั่วไปครูจะเป็นผู้สอนผู้ออกข้อสอบ และให้เกรดเด็กด้วยตนเอง ดังนั้นแต่ละโรงเรียนก็จะมีมาตรฐานการประเมินที่ต่างกัน ขณะที่เด็กที่เรียนระบบโฮมสคูล พ่อแม่จะเป็นคนสอนและสอบด้วยตนเองรอบหนึ่ง จากนั้นเด็กจะต้องไปทดสอบความรู้กับศึกษานิเทศก์อีกรอบหนึ่ง โดยมีการสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ และเด็กต้องมีผลงานของตนเอง ซึ่งเป็นการสอบที่ค่อนข้างเข้มข้นเท่ากับว่าเด็กที่เรียนโฮมสคูลได้เกรดยากกว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียนปกติ ดังนั้นจึงคิดว่าหากกำหนดเงื่อนไขให้เด็กที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนดังกล่าวต้องได้เกรดเฉลี่ย 3.5 ขึ้นไปไม่เป็นธรรม โดยตนได้ยื่นหนังสือถึงนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ขอให้ยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว
          นายชินภัทรกล่าวว่า เบื้องต้นจะดูแลให้เด็กที่เรียนในระบบการศึกษาทางเลือกได้รับสิทธิเท่าเทียบกับเด็กที่เรียนในระบบปกติเพราะเรียนในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเหมือนกัน โดยได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาของ สพฐ.ไปดูว่าพอจะมีการยืดหยุ่นได้หรือไม่ หากมีแนวทางที่สามารถทำได้ก็จะเร่งดำเนินการให้ทันที

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 10 ต.ค. 54   อ่าน 62119 ครั้ง      คำค้นหา :