สอศ.เร่งพัฒนาเด็กสายอาชีวะ หลังจบการศึกษาทำธุรกิจ SME เร่งแนะแนวเพิ่มจำนวนผู้เรียน
สอศ.เร่งพัฒนาเด็กสายอาชีวะ หลังจบการศึกษาทำธุรกิจ SME เร่งแนะแนวเพิ่มจำนวนผู้เรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2557 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะเน้นให้เด็กอาชีวศึกษาสนใจการทำธุรกิจ ขนาดกลางและย่อม (SME) มากขึ้น โดยทำเป็นระบบ เพราะที่ผ่านมาเมื่อนักศึกษาจบการศึกษาแล้วจะไม่ค่อยมีใครสนใจทำธุรกิจขนาดเล็กมากนัก ซึ่งธุรกิจ SME ในประเทศไทยมีประมาณร้อยละ 85 แต่เมื่อนักศึกษาจบการศึกษาไปแล้วจะประกอบธุรกิจส่วนตัวไม่ถึง 100 คน อย่างไรก็ตามสอศ.จะเพิ่มวิชาเรียนอีก 2 วิชา คือ วิชาการสร้างผู้ประกอบการ และวิชาการจัดการเงินส่วนบุคคล ในหลักสูตรอาชีวศึกษาทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นผู้ประกอบการที่ดี นอกจากนี้จะจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการในทุกวิทยาลัย โดยจะจัดสรรงบประมาณให้วิทยาลัยละ 30 ล้านบาท เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองทำธุรกิจภายใต้โครงการธุรกิจ SME ระหว่างเรียนด้วย พร้อมกันนี้นายชัยพฤกษ์ ยังกล่าวด้วยว่า ได้เตรียมเพิ่มกลุ่มเป้าหมายคนทำงานเพิ่มขึ้น หลังจากที่ สอศ.เริ่มรณรงค์ให้เด็กนักเรียนหันมาสนใจการศึกษาต่อสายอาชีพมากขึ้นตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องปรับสัดส่วนการศึกษาต่อระดับมัธยมปลายในสายสามัญและสายอาชีพเป็น 51 : 49 นั้น พบว่าผลของการรณรงค์ดึงดูดให้คนวัยทำงานมาสมัครเรียนต่อสายอาชีพจำนวนมาก ขณะที่ กลุ่มนักเรียนที่จบ มัธยมศึกษาตอนต้นยังมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนใจมาศึกษาต่อในสายอาชีพไม่มากเท่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ เลขาฯสอศ.ย้ำว่า ตามแผนของ สอศ. ตั้งเป้าไว้ว่า ปีการศึกษา2557จะต้องเพิ่มสัดส่วนศึกษาต่อสายอาชีพในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เป็นร้อยละ 45 จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 36 ซึ่งยอดผู้สมัครศึกษาต่อในวิทยาลัยอาชีวศึกษาจะต้องเพิ่มขึ้นจากยอดผู้สมัครในปีที่ผ่านมา 30,000 คน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าเป็นไปได้ยากมากที่จะทำได้ตามเป้าดังกล่าว โดย สอศ.ได้ให้วิทยาลัยไปร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำรวจสอบถามนักเรียนที่กำลังจะจบมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งพบว่ามีนักเรียนที่จะเปลี่ยนมาเลือกศึกษาต่อสายอาชีพไม่ถึงครึ่งของเป้าหมาย 30,000 คน แม้ว่าวิทยาลัยทั่วประเทศจะยังไม่รายงานผลการสำรวจมาครบทุกแห่ง แต่เชื่อว่าแนวโน้มในปีการศึกษา 2557 จะเพิ่มยอดจำนวนผู้ที่จะศึกษาต่อสายอาชีพได้ไม่มาก โดยต้องใช้เวลาสื่อสารทำความเข้าใจอีก 2-3 ปี ซึ่งจะใช้ระบบแนะแนวเข้ามาช่วย จึงจะสามารถเพิ่มยอดจำนวนผู้ที่จะศึกษาต่อสายอาชีพได้ใกล้เคียงกับเป้าที่วางไว้
ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย |
|
โพสเมื่อ :
02 ม.ค. 57
อ่าน 1607 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |