ซื้อขาย’ป.บัณฑิต’พ่นพิษเล็งยุบศูนย์นอกที่ตั้งทั่วปท.
ซื้อขาย'ป.บัณฑิต'พ่นพิษเล็งยุบศูนย์นอกที่ตั้งทั่วปท.
สกอ.เล็งยุบศูนย์นอกที่ตั้งทั่ว ปท. หลังเกิดปัญหาซื้อขาย ป.บัณฑิต ม.อีสาน พร้อมไล่ตรวจคุณภาพป.โท-เอกด้านการศึกษา เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายพินิติ รตะนานุกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มีแนวคิดที่จะยุบเลิกศูนย์การจัดการศึกษานอกที่ตั้ง หรือศูนย์นอกที่ตั้ง ที่มหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชนเปิดอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตัวเลขศูนย์นอกที่ตั้ง ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีอยู่เท่าใด เพราะบางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้รายงานเข้ามา สาเหตุที่จะปิด ยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการซื้อขายประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครูของมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) และอีกส่วนหนึ่งมองว่ามหาวิทยาลัยที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศในขณะนี้เพียงพอที่จะรองรับต่อความต้องการของนักศึกษา ฉะนั้นจึงเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรจัดการเรียนการสอนในที่ตั้งเท่านั้นหรือหากจะเปิดนอกที่ตั้ง ก็ต้องเป็นในลักษณะวิทยาเขตเท่านั้น เพราะมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ รองเลขาธิการ กกอ.กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ได้พูดในคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) บ้างแล้ว โดยขณะนี้ สกอ.อยู่ระหว่างการสำรวจผลกระทบหากจะต้องปิดศูนย์นอกที่ตั้งทั้งหมดตลอดจนอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลอย่างไม่เป็นทาง ทั้งจากนักศึกษาที่ร้องเรียนมายังศูนย์รับร้องเรียนของ สกอ.ว่ามหาวิทยาลัยแห่งใดบ้างเปิดศูนย์นอกที่ตั้งอย่างไม่มีคุณภาพ รวมทั้งเก็บข้อมูลจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสกอ.ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์นอกที่ตั้งซึ่งมีการลงพื้นที่กันทุกสัปดาห์ และอนาคตอาจจะต้องสอบถามจากมหาวิทยาลัยที่เปิดศูนย์นอกที่ตั้งด้วยว่าหากจะต้องยุบเลิก จะได้รับผลกระทบอังกฤษ (อ่านต่อหน้า 13)อย่างไรหรือไม่ ที่สำคัญกำลังอยู่ระหว่างการศึกษากฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะถ้าจะต้องมีการยุบเลิกศูนย์นอกที่ตั้ง ก็จะต้องไปแก้ไขกฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยมีการยุบเลิกศูนย์นอกที่ตั้ง ก็จะต้องไปแก้ไขกฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย รองเลขาธิการ กกอ.กล่าวด้วยว่า คาดว่าจะใช้เวลาสำรวจผลกระทบ 1 ปี จากนั้นจึงจะนำเสนอที่ประชุม กกอ.เพื่อพิจารณา ซึ่งหากกกอ.มีมติที่จะให้ยุบเลิกศูนย์นอกที่ตั้ง มหาวิทยาลัยที่เปิดศูนย์นอกที่ตั้งเหล่านั้นก็จะต้องทยอยยุติการรับนักศึกษาใหม่ จนกว่านักศึกษาเก่าจะหมดไป ด้านนายกำจร ตติยกวี รองเลขาธิการกกอ. กล่าวว่า การที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดให้ครูและอาจารย์ที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งระดับผู้บริหารจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโททางการศึกษาขึ้นไป ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน ตลอดจนมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นิยมเปิดสอนหลักสูตรบริหารการศึกษาระดับปริญญาโท ในศูนย์นอกที่ตั้งที่มีอยู่ทั่วประเทศ จึงทำให้มีข้อสงสัยในเรื่องของคุณภาพการเรียนการสอน ดังนั้น สกอ.จะเข้าไปดูเรื่องของระบบประกันคุณภาพภายในว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ ทั้งจำนวนอาจารย์ผู้สอนและลักษณะนักศึกษาที่พึงประสงค์ ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่พบว่ามีปัญหา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบในลำดับต่อไปขณะนี้ สกอ.กำลังจะเข้าไปตรวจสอบหลักสูตรที่เปิดสอนในระดับปริญญาเอก โดยเฉพาะหลักสูตรที่นิยมเปิดกันมากคือ สาขาการจัดการศึกษา และรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งขณะนี้มีเปิดกันเยอะ จึงต้องเริ่มเข้าไปคุมเข้ม นอกจากนั้นยังมีประเด็นเรื่องการคัดลอกวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับปริญญาเอก รวมถึงเรื่องคุณภาพการเรียนการสอนด้วย จากนั้นจึงจะลงไปดูในระดับปริญญาโทซึ่งทั้งหมดจะต้องควบคุมให้การจัดการเรียนการสอนมีคุณภาพ นายกำจรกล่าว ด้านนายประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) กล่าวว่า ในวันที่ 11 มิถุยายน จะมีการประชุม ทปอ. ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตนจะหยิบยกเรื่องที่มหาวิทยาลัยเปิดศูนย์นอกที่ตั้งกันเกลื่อนมาหารือ เพื่อกระตุกต่อมสำนึกให้คำนึงถึงคุณภาพ แทนที่จะมองเรื่อง จ่ายครบ จบแน่เป็นหลัก เพราะตนไม่อยากเห็นภาพธุรกิจการศึกษา แทนที่มหาวิทยาลัยจะเป็นที่พึ่งของสังคมทั้งนี้ ตอนที่ตนเป็นอนุกรรมการของวุฒิสภา มีข้อมูลว่าศูนย์นอกที่ตั้ง ของมหาวิทยาลัย รัฐและเอกชน มีอยู่ประมาณ 400 แห่ง และต่อมาเมื่อสกอ.เข้มงวดเรื่องนี้ ก็มีการทยอยปิดไปบางส่วนเช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ที่ปิดศูนย์นอกที่ตั้งบางแห่งไป เป็นต้น นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินการทางกฎหมายกับมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) ว่า ในวันที่ 18 พฤษภาคม ตนจะหารือร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและคณะกรรมการที่จะดำเนินเรื่องทางกฎหมาย ถึงประเด็นที่จะนำเสนอเป็นวาระจรต่อที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาในวันที่ 19 พฤษภาคม พร้อมรวบรวมข้อมูลและหลักฐานตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนำเสนอด้วย อาทิ ตัวเลขนักศึกษาที่ได้รับความเสียหาย เป็นต้น ส่วนประเด็นที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการคุรุสภา มีอาทิ ใครจะเป็นคนฟ้องฟ้องใครและประเด็นใดบ้าง และจะฟ้องทั้งคดีแพ่งและอาญาหรือไม่ โดยจะเสนอประเด็นดังกล่าวต่อที่ประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของกรรมการคุรุสภาแต่ละท่าน คาดว่าในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาดังกล่าว จะได้ข้อสรุปทั้งหมด ด้านนายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดีมอส. กล่าวว่า ตนพร้อมที่จะส่งมอบทรัพย์สินให้แก่นายสุมนต์ สกลไชย อธิการบดี มอส.คนปัจจุบันในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ โดยรายการทรัพย์สินทั้งหมดจะมีอยู่ประมาณ 7-8 รายการเช่น สมุดบัญชีธนาคาร รายการก่อสร้างอาคาร ครุภัณฑ์ และเครื่องใช้ในสำนักงานต่างๆ เป็นต้น ส่วนกรณีที่บอกว่ามีเงินหมุนเวียนจากการจัดการศึกษานอกที่ตั้งเป็นจำนวนเงินสูงถึง 100 ล้านบาทต่อปีนั้น ยืนยันว่ายอดเงินตามจริงไม่ถึงขนาดนั้น แต่อาจเป็นการคำนวณจากจำนวนนักศึกษาที่ยังเรียนอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ยังมีนักศึกษาเรียนอยู่ และตอนนี้ทางบัณฑิตวิทยาลัยก็ได้จัดส่งบัญชีรายชื่อนักศึกษาในปีการศึกษา 2553 ตามเลขรหัสที่มีอยู่ทั้งหมดให้กับทางคณะกรรมการควบคุมการดำเนินงานของมอส.ได้ตรวจสอบแล้ว
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
18 พ.ค. 54
อ่าน 38097 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |