|
หลักฐานมัดโทษหนัก ม.อีสานถึงขั้นถูกยุบ ไชยยศ รมช.ศึกษาธิการ เตรียมถกหาช่องฟ้องคดีเพิ่ม ม.อีสาน อนุกฎหมายคุรุสภายื้อเอาผิด...หลังจากที่คุรุสภาได้ออกมาเปิดโปงการซื้อขายใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ป.บัณฑิตของมหาวิทยาลัยอีสาน ซึ่งในที่สุดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พบความผิดชัดเจนและได้แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตอธิการบดี ม.อีสานและผู้เกี่ยวข้องแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 12.00 น. ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายของคุรุสภานัดแรกเพื่อพิจารณาเรื่องที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเสนอให้พิจารณาว่าจะมอบให้คุรุสภาไปดำเนินการฟ้องร้องผู้กระทำความผิดหรือไม่ โดยนายยืนยง จิรัฏฐิติกาล อนุกรรมการฝ่ายกฎหมาย ซึ่งทำหน้าที่แทนประธานคณะอนุกรรมการฯ เปิดเผยว่า เนื่องจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาไม่ได้มีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีให้ที่ประชุมได้พิจารณา ดังนั้น ที่ประชุมจึงไม่สามารถที่จะตัดสินได้ว่าจะให้ความเห็นกันอย่างไร จึงเสนอให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด มีนายสงขลา วิชัยขัทคะ เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อไปตรวจดูสำนวนคดีอย่างละเอียดก่อนให้ความเห็นต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯอีกครั้ง โดยให้เวลาในการดำเนินการ 15 วัน ซึ่งประเด็นที่ให้พิจารณามี 4 ด้าน 1. ให้ดูข้อกฎหมายว่าสมควรจะมอบให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาแจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดในเรื่องนี้หรือไม่2.หากเห็นควรแจ้งความจะดำเนินการกับใครบ้าง 3.หากเกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้นมาอีกในภายหลังจะมอบอำนาจให้เลขาธิการคุรุสภาไปแจ้งความดำเนินคดีเลยหรือไม่ และ 4.ให้พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับอำนาจของ รมว.ศึกษาธิการ ว่า สามารถมอบอำนาจให้เลขาธิการคุรุสภาดำเนินการแจ้งความกับผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ ทั้งนี้ หลังการพิจารณาแล้วเสร็จจะนำเสนอคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายและเสนอข้อคิดเห็นให้คณะกรรมการคุรุสภา ได้พิจารณาในวันที่ 16 มิ.ย.ต่อไปวันเดียวกันนี้ นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ ม.อีสาน ว่า คณะกรรมการควบคุมการดำเนินงาน ม.อีสาน ซึ่งมีนายสมนึก พิมลเสถียร อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมฯ กำลังตรวจสอบว่า ม.อีสาน ได้รับความเสียหายด้านใดบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการเงิน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่า ทรัพย์สินส่วนใดที่เป็นของมหาวิทยาลัย และการจัดการศึกษานอกที่ตั้งที่ไม่ผ่านการรับรองจากสภามหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ว่าจำเป็นต้องฟ้องร้องดำเนินคดีเพิ่มเติมหรือไม่ ตนนัดที่จะหารือร่วมกันทุกฝ่าย ได้แก่ คุรุสภา, คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ สกอ., คณะกรรมการควบคุมการดำเนินงานของ ม.อีสาน อีกครั้งในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ที่ ม.ขอนแก่น ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้เลขาธิการคุรุสภา ส่งมอบหลักฐานที่ สกอ. สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีเอาผิดกับ ม.อีสาน ซึ่งเลขาธิการคุรุสภาก็รับปาก นอกจากนี้ ตนยังกำชับให้ สกอ.ตรวจสอบมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่เข้าข่ายต้องสงสัยการผลิต ป.บัณฑิต และปริญญาอื่นๆ ตามที่มีการร้องเรียน หากมีมูลก็ให้ดำเนินการโดยเร่งด่วนด้านนายกำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในฐานะกรรมการควบคุมฯ กล่าวว่า ขณะนี้ในเรื่องของการส่งมอบทรัพย์สินยังถือว่ามีปัญหามาก เพราะตัวเลขบัญชีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งแจ้งเข้ามาจำนวน 24 ล้านบาท ก็ยังมีเพียงตัวเลข ยังไม่มีตัวเงินจริงและชื่อบัญชี เป็นชื่อของผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตั้งแต่แรก เพราะมหาวิทยาลัยถือเป็นนิติบุคคล ดังนั้น ทรัพย์สินก็จะต้องเป็นของมหาวิทยาลัยด้วย กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการควบคุมฯ จะต้องเร่งดำเนินการพิจารณาเพราะความผิดดังกล่าว อาจจะโยงใยไปถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต. ที่มา: http://www.thairath.co.th |
| โพสเมื่อ : 02 มิ.ย. 54 อ่าน 25834 ครั้ง คำค้นหา : |