’สถาบันการอาชีวะ’ไยต้องติดยึดกับการฟื้นฟูชาติ
'สถาบันการอาชีวะ'ไยต้องติดยึดกับการฟื้นฟูชาติ
ความพยายามที่จะนำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นจากวิกฤตทางเศรษฐกิจ และวิกฤตทางการเมือง ด้วยการฝากความหวังไว้กับการเลือกตั้งดูช่างเลือนลางสิ้นหวังเหลือเกิน เป็นที่ทราบกันดีว่าตลอดระยะเวลา 4-5 ปีมานี้ บ้านเมืองเกิดความแตกแยก วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เพิ่งโงหัวกลับถูกตอกลิ่มจมธรณีเพราะพิษการเมือง และวิกฤตภัยพิบัติปลายปี 2553 และอุทกภัยที่ภาคใต้ วิกฤตของประเทศครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก แม้รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะประกาศยุบสภาในราวต้นเดือนพฤษภาคมปี 2554 ทว่า หลายฝ่ายต่างเล็งเห็นว่า การเลือกตั้ง ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะทำให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบร่มเย็นได้ ประเทศไทยสูญเสียความเป็นเอกภาพไปทุกภาคส่วน ด้วยนักการเมืองเข้าไปมีส่วนล้วงลูกองค์กรน้อยใหญ่ จนข้าราชการประจำไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนหรือทำงานได้อย่างอิสระ ในขณะที่สังคมอุดมปัญญาเพ่งเล็งเห็นว่า การศึกษา คือวัคซีนและยาวิเศษที่จะสามารถทำให้คนไทยก้าวพ้นจากวิกฤตทั้งหลายทั้งปวงได้ตามหลักปรัชญาที่ว่าเมื่อคนฉลาดมีความรู้ ย่อมมีวิจารญาณไม่ตกเป็นเครื่องมือของคนฉลาด แต่โกง สิ่งเหล่านี้ได้รับการพูดถึงมาทุกยุคสมัยรัฐบาล กระนั้นการปฏิรูปการศึกษาก็ยังไปไม่ถึงไหน ประชาชนยังไม่สามารถแสวงหาความรู้มาเป็นเกราะกำบังให้กับตนเองได้ ยังตกอยู่ในวังวนเดิมๆ ยินยอมขายสิทธิ์ขายเสียงให้กับนักการเลือกตั้ง วงจรอุบาทว์ถอนทุนคืนของนักการเมืองจึงเบ่งบานอย่างไร้ขอบเขต ในขณะที่กระแสโลกเปลี่ยนผัน เขตการค้าเสรีอาเซียนมีผลบังคับใช้ ทำให้ประเทศสมาชิกต่างแสวงหามาตรการตลอดจนการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับต่อโลกการค้าไร้พรมแดน จำเป็นที่จะต้องเร่งพัฒนาบุคลากรให้ทัดเทียมกับประเทศสมาชิก โดยเฉพาะแรงงานฝีมือ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงได้พยายามที่จะพัฒนาการเรียนการสอน ตลอดจนหลักสูตรสายวิชาชีพเพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถที่จะเดินไปสู่จุดหมายปลายทางที่ว่านั้นได้ โดยเฉพาะท่าทีของ ศ.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ในฐานะประธาน
ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย |
|
โพสเมื่อ :
04 เม.ย. 54
อ่าน 47537 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |