ถอดรหัส "ครูอาชีวะพันธุ์ใหม่"...ครูมืออาชีพ เลิศทักษะ รู้ทันวิทยาการ
ถอดรหัส ครูอาชีวะพันธุ์ใหม่...ครูมืออาชีพ เลิศทักษะ รู้ทันวิทยาการ
ในการปฏิรูปการอาชีวศึกษา ที่ดำเนินเคียงข้างไปกับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561) ณขณะนี้นอกจากจะมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานแล้ว ปัจจัยเกื้อหนุนสำคัญที่จะพัฒนาศักยภาพผู้เรียนก็คือครูอาชีวศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ได้ให้น้ำหนักเรื่องการสร้างครูอาชีวะพันธุ์ใหม่ เพื่อเป็นครูยุคใหม่ที่มีความเป็นเลิศ...ถอดรหัสการพัฒนาครูอาชีวะ ดร.ศศิธาราพิชัยชาญณรงค์เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ฉายภาพให้เห็นความต่างของครูอาชีวะกับครูสายสามัญ ว่า มีความแตกต่างกันอย่าง มาก ทั้งในด้านสมรรถนะ และวิธีการสอน เอกลักษณ์ของการเรียนการสอนในสายอาชีพ ที่เน้นการสร้างความเชี่ยวชาญและความชำนาญ ให้แก่นักเรียนเพื่อนำไปสู่ประกอบอาชีพ อาชีวะต้องผลิตเด็กที่พร้อมเข้าสู่การทำงานทันที ดังนั้นครูอาชีวะต้อง มีทักษะและความรู้ในเชิงปฏิบัติ รู้เท่าทันกับวิทยาการสมัยใหม่ และต้องปลูกฝังค่านิยมการทำงานแบบมืออาชีพให้แก่เด็ก ในปัจจุบันการศึกษาในสายอาชีวะ มีการปรับแนวทางการผลิตเด็ก ที่มุ่งตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ครูอาชีวะพันธุ์ใหม่ จึงมีหน้าที่สำคัญในการถอดความต้องการของผู้ใช้ แปลงมาเป็นเนื้อหาสาระการสอนที่ตรงกับความต้องการของตลาดสามารถผลิตและป้อนเด็กที่มีสมรรถนะตรงความต้องการ การถอดรหัสการพัฒนาครูอาชีวะสู่ความเป็นเลิศ จึงอยู่ที่การฝึกปฏิบัติ เรียนรู้จากประสบการณ์และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง...กระนั้นการสร้างครูอาชีวะพันธุ์ใหม่ก็มิใช่เรื่องง่ายเพราะปัญหาเก่าสะสมทั้งปัญหาการขาดครูที่มีทักษะความชำนาญเฉพาะสาขาวิชา ขณะเดียวกันครูที่มีอยู่แต่เดิมบ้างก็ขาดสมรรถนะ ซึ่ง สอศ.ต้องเร่งสางดร.ศศิธารา สะท้อนปัญหาเหล่านี้ ว่า สอศ.กำลังเดินหน้าศึกษาวิจัยเพื่อสร้างแบบจำลองความต้องการกำลังครู ดูปริมาณความต้องการในแต่ละสาขาวิชา และเป้าหมายการรับนักเรียนในอนาคต เพื่อให้มองเห็นภาพในอนาคตที่ชัดเจนและแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน มีการกำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ความขาดแคลน ด้วยการรับสมัครคัดเลือกโดยไม่ต้องรอการสอบบรรจุ รับโอน หรือจัดหาผู้มีประสบการณ์มาเป็นครู สร้างแรงจูงใจให้คนเก่งในสายอาชีพ และมีใจรักความเป็นครูเข้าสู่อาชีพครูอาชีวะแต่ทว่าวิธีการที่ได้ผลดี และเร็วที่สุด คือ การอาศัยครูที่อยู่ในสถานประกอบการ หรือที่เรียกว่า ครูฝึก โดยสอศ.ได้เร่งประสานความร่วมมือกับสถานประกอบการ เพื่อกำหนดมาตรฐาน และการสร้างระบบแรงจูงใจ (Incentive)ตอบแทนให้กับครูฝึก เหล่านั้นด้วย ดร.ศศิธารา กล่าวและว่า ส่วนกรณีครูที่ขาดสมรรถนะนั้นสอศ.ได้เดินหน้าแผนปฏิบัติการพลิกโฉม ครูวิชาชีพ/ครูวิชาพื้นฐาน โดยนำร่องครูที่สอนสาขาวิชาชีพที่เป็นความต้องการของภาคอุสหากรรมหลัก ได้แก่ สาขา การบริการสุขภาพและการท่องเที่ยว ปิโตรเคมี อัญมณี การขนส่งสินค้าและพาณิชยนาวี และอาหาร เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะให้เป็น ครูพันธุ์ใหม่ เปิดโลกทัศน์ใหม่ผ่านกระบวนการ เรียนรู้อย่างเข้มข้น พร้อมการศึกษาดูงานจากหน่วยงานต้นแบบที่มีการบริหารจัดการทันสมัย สอดคล้องกับบริบทสาขาการเรียนรู้ ประการสำคัญ คือ เมื่อจบการพัฒนาต้องสามารถนำเสนอการเรียนรู้ที่ได้รับจากการพัฒนา ไปสู่การปรับใช้ในกระบวนการเรียนการสอนที่ตนรับผิดชอบอยู่ได้ในทันทีอย่างไรก็ดี สอศ.ได้วางมาตรการส่งเสริมและการพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวะ ไว้อีกหลายทาง เช่นการผลักดันครูในสถานศึกษา เข้าสู่การฝึกอบรมในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาทักษะสายวิชาชีพให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ครูจะต้องปรับบทบาทให้มีความทันสมัย และมีความพร้อมที่จะรับการการพัฒนา ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่ง สอศ.พร้อมสนับสนุนด้วยการสร้างระบบการสร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพ สร้างขวัญและกำลังใจให้บุคลากร พัฒนาระบบเครือข่ายการนิเทศติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานการจัดการอาชีวศึกษา และการอบรมวิชาชีพเพื่อการเพิ่มขีดความสามารถของครูอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหลายทั้งมวลที่กล่าวมานี้ คือวิถีแห่งการพัฒนาครูอาชีวะพันธุ์ใหม่ ให้มีศักยภาพสมบูรณ์พร้อมในการหล่อหลอมกำลังแรงงานสายวิชาชีพ ที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมของประเทศอย่างมีคุณภาพ และมีสมรรถนะในการทำงานเป็นที่พึงพอใจของผู้ประกอบการได้ในที่สุด
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ |
|
โพสเมื่อ :
30 มิ.ย. 54
อ่าน 21799 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |