ตั้งงบฯจ้างครูคลังสมอง’วรวัจน์’ชูยุทธศาสตร์2555/ถกโต๊ะกลมครูพันธุ์ใหม่
ตั้งงบฯจ้างครูคลังสมอง'วรวัจน์'ชูยุทธศาสตร์2555/ถกโต๊ะกลมครูพันธุ์ใหม่
ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ เมื่อวันที่25ธ.ค.54 ในการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการกล่าวบรรยายพิเศษตอนหนึ่ง เรื่องนโยบายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าสู่ประชาคมอาเซียนว่า ในปี 2558 ไทยจะต้องก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะผู้ผลิตบุคลากรให้แก่ประเทศจำเป็นต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของประเทศต่างๆ อย่างใกล้ชิด และผลิตบุคลากร ให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ โดยการประชุมครั้งนี้จะเป็นการติดตามความคืบหน้าหลังจากที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 2555 คือภายใต้กรอบเวลา 2 ปี ศธ.จะสามารถพัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาคหลักของโลก และได้มอบนโยบายให้แต่ละพื้นที่ไปสำรวจศักยภาพในพื้นที่ของตนเอง เพื่อปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับการศึกษาเพื่อการมีงานทำ ผมขอหยิบยกเรื่องการจัดทำหลักสูตรเกษตรกรรม ซึ่งปัจจุบันประชากรทั่วโลกมีกว่า7,000 ล้านคน ความต้องการอาหารเพิ่มเป็น 2 เท่า แต่การผลิตยังไม่สามารถรองรับได้ ซึ่งทุกวันนี้โรงเรียนส่วนใหญ่ ให้เด็กทำโครงงานอาชีพ แต่เป็นโครงงานที่มาจากภูมิปัญญา และต้องถามว่า วิชาการ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการทำโครงงาน เช่นเกษตรกรรมแข็งแรงแล้วหรือยัง ดังนั้น เราต้องนำเรื่องดังกล่าวมาจากมหาวิทยาลัย นักวิจัย เพื่อมาเติมเต็มโครงงาน โดย ศธ.จะจัดงบประมาณสำหรับครูคลังสมอง ในการนำไปจ้างผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ มาช่วยสอน รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า ขอย้ำว่างานที่ทำออกมาจะต้องมีวิชาการ และหลักความรู้ประกบ ซึ่งเมื่อผู้บริหารจัดทำหลักสูตรต่างๆ แล้วเสร็จก็สามารถนำมาเป็นผลงานในการขอวิทยฐานะได้ และต่อไปนี้แต่ละเขตพื้นที่ จะได้รับการจัดสรรงบฯ ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความสามารถในการพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ วันเดียวกันนี้ รมว.ศึกษาธิการ ยังให้สัมภาษณ์กรณีนายสมบัติ นพรัก ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) เตรียมล่ารายชื่อนักศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่ชัดเจนของการโครงการครูพันธุ์ใหม่ 2554 และจะให้นักศึกษาทุกชั้นปี ทุกมหาวิทยาลัยที่ได้รับผลกระทบส่งจดหมายทวงถามถึงนายกรัฐมนตรี ว่าโครงการนี้คงต้องหารือกับคุรุสภา และกลุ่มนักศึกษา เพราะต้องหารูปแบบที่ชัดเจนโดยจะเชิญอาจารย์จากคณะครุศาสตร์ที่ไม่เข้าใจโครงการนี้มาหารือ เพราะครูพันธุ์ใหม่จะเรียนเฉพาะวิชาครู แต่ความจริงแล้วทุกสาขาก็เรียนแล้ว ค่อยสอนวิชาครูเข้าไป อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าในส่วนของครูพันธุ์ใหม่นั้น ไม่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไม่ได้นำเสนอเรื่องนี้มา และส่วนตัวก็ดูแลแต่นโยบายใหม่ของรัฐบาลเท่านั้น ส่วนงบประมาณก็ไม่ได้เข้าไปดูแลเช่นกัน รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ส่วนการยกฐานะครูให้เป็นอาชีพที่น่าสนใจนั้น การจัดการศึกษา คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต้องดูทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละสาขาของประเทศ เมื่อเห็นทิศทางแล้วจะทำหน้าที่จัดการศึกษา ในส่วนนี้จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานสภาการศึกษา (สกศ.) วางยุทธศาสตร์และการศึกษาภาคปฏิบัติว่าจะไปในทิศทางใดจะตามมา แต่ตอนต้นมันไม่ชัดเจน จึงทำให้การศึกษาไม่สามารถรองรับระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่พอปรับการศึกษาในรูปแบบใหม่ ครูที่มาเป็นครู ถ่ายทอดความรู้จะมีความสำคัญยิ่งขึ้น จะทำให้คนที่เป็นครูมีความสำคัญขึ้น เมื่อเราทำได้หลังจากนั้นจะทำให้คนที่เป็นครูจะยกระดับได้ ซึ่งตรงนี้จะพัฒนาทั้งองค์กร แต่ต้องยกระดับทั้งหมด
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ |
|
โพสเมื่อ :
26 ธ.ค. 54
อ่าน 91059 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |