โดมิโนโค่นเก้าอี้ผู้บริหาร!บ่วง ม.นอกระบบ’ห่วย-ไร้ธรรมาภิบาล’อยู่ยาก
โดมิโนโค่นเก้าอี้ผู้บริหาร!บ่วง ม.นอกระบบ'ห่วย-ไร้ธรรมาภิบาล'อยู่ยาก
ข่าวในแวดวงการศึกษาช่วงนี้ คงไม่มีอะไรน่าสนใจเท่า การเดินขบวนประท้วงคนระดับผู้บริหารของคณะต่างๆในมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือคณบดี ที่กำลังผุดตามกันมาเป็นดอกเห็ด ซึ่งปรากฏการณ์นี้มันแสดงให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของมหาวิทยาลัยนอกระบบ ที่เปลี่ยนจากครู มาเป็นนักบริหารและเปลี่ยนสถาบันการศึกษา เป็นสถาบันการศึกษาแบบ Business Unit ไปด้วย เพราะคณะทุกคณะจะต้องหาเงินมาหมุนบริหารตัวเองและนั่นหมายความว่า ผู้บริหาร ที่ไม่เก่งจริงและไม่มีธรรมาภิบาล จะถูกต่อต้าน และตรวจสอบอย่างหนัก กรณีคณะศึกษาศาสตร์ และคณะกรรมการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่มีนักศึกษาทำการแห่โลงศพคณบดี และแต่งดำเรียกร้องให้คณบดีลาออกจากตำแหน่ง ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ถอดถอนคณบดีคณะศึกษาศาสตร์แล้ว เหลือเพียงแต่คณบดีคณะการสื่อสารมวลชนที่จะมีผลการสอบสวนออกมาในวันที่ 20 ส.ค.ที่จะถึงเป็นคำตอบเรื่องนี้ได้อย่างดี! งบฯ 3 ส่วนวัดกึ๋นผู้บริหาร รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์อดีตคณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่วิทยากรอิสระเรื่องจริยธรรมและธรรมาภิบาลสื่อมวลชน กล่าวว่าการบริหารงานในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยของรัฐ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ หรือมหาวิทยาลัยนอกระบบนั้น ทำให้มีความยากในการบริหารงานมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่แบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ได้แก่ 1. งบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลจัดสรรให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐยังคงได้รับงบประมาณในส่วนนี้อยู่แต่ปัจจุบันยังไม่เพียงพอเพราะส่วนใหญ่เป็นงบฯ ที่หนักไปทางเงินเดือน และค่าบุคลากรทางการศึกษาและอีกส่วนหนึ่งเป็นงบลงทุน 2. เงินรายได้ที่เก็บจากค่าธรรมเนียมในการศึกษา จะเป็นค่าหน่วยกิต อย่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังมีบางคณะจัดเก็บหน่วยกิตละ 40 บาท หรือหน่วยกิตแบบเหมาจ่าย (Package)ซึ่งเนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยภูมิภาค การเก็บค่าหน่วยกิตแบบเหมาจ่ายจะยังคงให้มีจำนวนที่น้อยกว่ามหาวิทยาลัยเอกชนทั่วไป แต่กระนั้นสำหรับคนฐานะไม่ดี แม้สอบเข้าไปได้แต่ก็ลำบากมาก เพราะต้องกู้หนี้ยืมสินมาเรียน 3. รายได้อื่นๆ เป็นรายได้ในการบริหารแบบ Business Unit เช่น ศูนย์บริการวิชาการต่างๆ ที่แต่ละคณะจะใช้ความรู้ในศาสตร์ต่างๆ มาเปิดศูนย์ให้บริการประชาชน เพื่อนำรายได้มาใช้ในประโยชน์ทางการศึกษาได้หมวดนี้น่าสนใจว่า บางคณะยังมีปัญหาในการหารายได้จากลักษณะวิชาที่ไม่สามารถหารายได้จึงยังต้องอาศัยงบประมาณแผ่นดินอยู่มากการเลี้ยงตัวเองจริงๆ ของมหาวิทยาลัยในกำกับตอนนี้จึงเป็นเรื่องค่อนข้างลำบาก อย่างไรก็ดี การบริหารงบประมาณแบบใหม่นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะผู้นำองค์กรนอกจากจะต้องมีธรรมาภิบาลแล้วยังต้องเป็นคนเก่งในด้านการบริหารองค์กรด้วย เพราะทุกขั้นตอนสำคัญมาก ตั้งแต่การขอรับงบประมาณแม้ได้งบฯมาแล้ว ผู้บริหารก็ต้องมีความโปร่งใสและต้องใช้ให้ทันเวลาที่กำหนดในปีนั้นๆ ด้วยเพราะถ้าไม่ได้เบิกจ่าย เงินก้อนนั้นก็จะกลับคืนสู่มหาวิทยาลัย ปัญหาคืองบบางอย่างถ้ามาเร่งใช้ตอนหลังจะยิ่งทำให้เกิดปัญหา เช่น งบครุภัณฑ์ ถ้าเร่งรีบใช้ภายใน 2-3 เดือนก่อนหน้าจะหมดปีงบประมาณ ก็จะมีการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่มีคุณภาพ ไม่คุ้มทุน หรือเกิดการทุจริตได้ง่ายผลเสียก็ตกอยู่กับนักศึกษา ซึ่งในท้ายที่สุดก็จะถูกเรียกร้องขอความเป็นธรรม ดังที่จะเห็นจากการเคลื่อนไหวของบรรดาคณาจารย์และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเวลานี้ สกอ.ชี้ผู้บริหารยุคใหม่ต้องเก่งรอบด้าน ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) กล่าวถึงคุณสมบัติสำคัญของผู้บริหารมหาวิทยาลัย ต้องมีทั้งความสามารถในการบริหารงานและการบริหารวิชาการ โดยการบริหารงานจะรวมตั้งแต่การบริหารเงินไปจนถึงการบริหารคน ธรรมาภิบาลเป็นเรื่องสำคัญที่สภามหาวิทยาลัยจะต้องกำหนดเป็นมาตรฐานในการบริหารจัดการ แม้ว่าการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหล่านี้จะไม่สามารถดูได้ง่ายเพราะเป็นเรื่องของจิตใจและสภาวะความเป็นผู้นำ และจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในบริบทโดยรวมของการบริหาร คุณสมบัติของการบริหารคนจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการบริหารวิชาการ ส่วนคนที่จะบริหารเงินนอกจากจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในระบบการเงินและบัญชีแล้ว ยังต้องเข้าใจระบบวิธีการตรวจสอบ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคอร์รัปชันในระบบด้วย จึงไม่แปลกที่เวลานี้จึงมีปรากฏการณ์เดินขบวนขอให้ถอดถอนคณบดี ในปัญหาธรรมาภิบาลผุดกันมาเป็นโดมิโน กรณีนี้เลขาธิการสกอ.ยืนยันว่า สกอ.เป็นห่วง แต่สุดท้ายต้องเป็นหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยที่ต้องตัดสิน หากผู้เรียกร้องไม่พอใจ ก็สามารถฟ้องศาลปกครอง ศาลอาญาหรือศาลอื่นๆ ต่อได้
ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน |
|
โพสเมื่อ :
05 ส.ค. 54
อ่าน 33126 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |