กรอบการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน
กรอบการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน
ในปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ ทุกฝ่ายต่างเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะภาคการศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมของเด็กและเยาวชน ที่ถือเป็นอนาคตสำคัญของประเทศ โดยในการบรรยายพิเศษหัวข้อ การเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน จาก งานประชุมวิชาการ TK Conference on Reading 2012 ซึ่งจัดโดยสำนักงานอุทยานการเรียนรู้(สอร.) หรือ TK park ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่าขณะนี้ทางสำนักเลขาธิการอาเซียนได้จัดทำ Asean Curriculum Sourcebook หรือ หลักสูตรแกนกลางอาเซียน โดยจะกำหนดให้เป็นหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กไทย ตั้งแต่ประถมศึกษามัธยมศึกษา อาชีวะศึกษา รวมถึงการศึกษานอกโรงเรียนที่จัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อให้เด็กและพลเมืองอาเซียนได้เรียนรู้สิ่งที่คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ หลักสูตรแกนกลางอาเซียน หรือ Asean Curriculum Sourcebook มีกรอบการเรียนรู้ร่วมกัน5 เรื่องหลักคือ 1. Knowing ASEAN ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน 2. Valuing and Diversity การเห็นคุณค่าความเป็นหนึ่งและความหลากหลาย 3.Connecting Global and Local การเชื่อมโยงโลกและท้องถิ่น 4. Promoting Equity and Justice การส่งเสริมความเสมอภาคและความยุติธรรม และ 5.Work Together a sustainable Future การทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ สพฐ.กำลังให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการวางหลักสูตรสำหรับเด็กไทยโดยหลังจากนี้จะมีการนำหลักสูตรของแต่ละประเทศทั้ง10 ชาติสมาชิกอาเซียนมาดูในภาพรวมอีกครั้งเพื่อให้เด็กไทยและพลเมืองอาเซียนได้เรียนรู้สิ่งที่คล้ายกันและมีคุณลักษณะเฉพาะในความเป็นอาเซียน นอกจากนี้สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมของเด็กไทย คือ ภาษาอังกฤษ ซึ่งจะถือเป็นภาษาทางการของอาเซียน และมีความสำคัญมาก เพราะในอนาคตจะมีอาชีพที่สามารถเดินทางหรือมีการเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรีในประชาคมอาเซียน 8 วิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาลทันตแพทย์ สถาปนิก วิศวะ ช่างสำรวจ นักการบัญชีและอาชีพด้านการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน สพฐ. ได้เตรียมโรงเรียนที่เรียกว่า Education Hub เพื่อเตรียมรองรับเด็ก เยาวชนชาวอาเซียนที่ย้ายตามพ่อแม่เข้ามาทำงานในประเทศไทยให้สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาลได้ ด้าน ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK park กล่าวสนับสนุนว่า ประชาคมอาเซียน เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น จำเป็นต้องเรียนรู้และเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชนไทย เข้าสู่การเป็นพลเมืองอาเซียนในอีก3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการเพิ่มทักษะด้านภาษา เพราะการที่จะร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสาร จึงเห็นด้วยที่เราควรจะเน้นเรื่องของภาษามากขึ้น โดย TK park ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ในปีนี้ TK park ได้จัดโครงการที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอาเซียนนอกจากงานประชุมวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ส่งเสริมการอ่านในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว ยังมีการจัดมุมความรู้อาเซียน หรือASEAN Knowledge Corner, การผลิตสื่อดิจิตัลที่เกี่ยวกับอาเซียน และการจัดชุดนิทรรศการพิพภัณฑ์อาเซียน สัญจรไปยังเครือข่ายต่างๆ ทั่วภูมิภาคเพื่อสนับ สนุนให้เด็กและเยาวชนรักการอ่านและเรียนรู้เกี่ยวกับสมาชิกอาเซียนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย |
|
โพสเมื่อ :
01 ส.ค. 55
อ่าน 6000 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |