ครม.เห็นชอบอุดมศึกษาสร้างปรองดองเล็งจัดงบหนุน
ครม.เห็นชอบอุดมศึกษาสร้างปรองดองเล็งจัดงบหนุน
สุเมธเผยครม.เห็นชอบอุดมศึกษาร่วมสร้างความปรองดอง เตรียมอัดงบ มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมเต็มที่ หวังให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ สกอ.วางยุทธศาสตร์ ดันพัฒนาสายวิชาการรับใช้สังคม จัดทำโครงการหนึ่งมหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัด สร้างความเป็นพลเมืองของนิสิตนักศึกษา ขณะที่ มฟล.หนุนสกอ.ปรับเกณฑ์ งานวิจัยชุมชนขอตำแหน่งวิชาการ (27ก.ย.) ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้คณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมอุดมศึกษาร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เสนอ 3 ข้อ ได้แก่ 1.เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมอุดมศึกษาร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ 2.ให้ศธ.และสถาบันอุดมศึกษาใช้เป็นแนวทางหลัก ให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมตามแนวทางการส่งเสริมอุดมศึกษาร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ตามความเหมาะสม และ 3.มอบหมายให้กระทรวง ทบวง กรมและองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องรับทราบ และสนับสนุนการดำเนินการของสถาบันอุดมศึกษาตามภารกิจ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมบทบาทสถาบันอุดมศึกษาให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยพัฒนาให้มีสายงานทางวิชาการรับใช้สังคม พัฒนาระบบการผลิตกำลังคนของประเทศที่มีอุดมการณ์เพื่อมีส่วนรวมและความเป็นพลเมือง และมีการให้บริการทางวิชาการที่มาจากการมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถิ่น โดยต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาของแต่ละท้องที่ด้วย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) มียุทธศาสตร์ที่ต้องพัฒนาคือ พัฒนาสายวิชาการรับใช้สังคม จัดทำโครงการหนึ่งมหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัด จัดตั้งศูนย์จัดการความรู้เพื่อพัฒนาจังหวัดในทุกสถาบันอุดมศึกษา การสร้างความเป็นพลเมืองของนิสิตนักศึกษา และสร้างบรรยากาศเพื่อการประตัวของสถาบันอุดมศึกษา ด้านรศ.น.สพ.ดร.เทอด เทศประทีป อธิการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.)กล่าวว่า ตนคิดว่ามหาวิทยาลัยไม่ควรทิ้งชุมชน และไม่ควรจำกัดเพียงหนึ่งจังหวัดหนึ่งมหาวิทยาลัย เพราะหากหลายมหาวิทยาลัยมาร่วมมือกันช่วยให้เกิดการพัฒนาได้เร็วขึ้น โดยมฟล.เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งผลิตบัณฑิตแต่ไม่ทอดทิ้งชุมชน โดยพยายามลงไปถ่ายทององค์ความรู้ สร้างความร่วมมือด้านต่าง ๆ อาทิ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย พัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกร เป็นต้น ส่วนการให้มหาวิทยาลัยที่มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับชุมชน หรือประยุกต์ศาสตร์ท้องถิ่นสามารถนำผลงานเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการได้ ตนเห็นด้วยเพราะงานวิจัยท้องถิ่นเป็นงานวิจัยประยุกต์ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที ช่วยแก้ปัญหาให้ชุมชนได้ แต่ยังติดปัญหาเรื่องเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ เนื่องจากงานวิจัยที่จะขอตำแหน่งทางวิชาการต้องได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ ขณะที่งานวิจัยท้องถิ่นไม่สามารถตีพิมพ์ได้ ที่มา: http://www.komchadluek.net |
|
โพสเมื่อ :
28 ก.ย. 53
อ่าน 13166 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |