’ชัยพฤกษ์’ เดินสายมอบนโยบายอาชีวะ’ 56 เพิ่มปริมาณ - ยกคุณภาพผู้เรียน / สถานศึกษา




      

'ชัยพฤกษ์' เดินสายมอบนโยบายอาชีวะ' 56 เพิ่มปริมาณ - ยกคุณภาพผู้เรียน / สถานศึกษา

 

           ทุ่ม 250 ล.ตั้งอาชีวะอำเภอทั่วปท. วิทยาลัยขนาดเล็ก ทั้งเตรียมปั้น อาชีวะทายาท ป้อนเอสเอ็มอี เปิดสอนอาชีพเด็กมัธยม ดึงต่อสายอาชีพ  เพิ่มโอกาสคนพิการ-สตรี-ผู้สูงอายุเรียนผ่านการอบรม เทียบโอนความรู้  พร้อมเพิ่มทักษะ -สร้างอาชีพใหม่ให้แรงงานในระบบ ใช้งบกว่า 100 ล.แก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน
           ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวในการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ณ ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคเชียงราย จ.เชียงรายว่า นโยบายอาชีวศึกษาในปีการศึกษา 2556 มีอยู่ 3-4 เรื่องที่ต้องทำ อย่างแรกคือ เพิ่มจำนวนผู้เรียน โดยระดับ ปวช.จะยังคงให้รักษาเป้าเดิมของปี 55 ไว้ ส่วนระดับ ปวส.ต้องเพิ่มจำนวนผู้เรียนให้มากขึ้นเนื่องจากเป็นภารกิจสำคัญในการผลิตกำลังในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ รวมถึงหลักสูตรระยะสั้นที่มีคนต้องการเรียนจำนวน มากแต่งบประมาณที่จัดสรรให้ยังไม่เพียงพอ สำหรับช่องทางการเพิ่มปริมาณผู้เรียนในปี 2556 มี 3 แนวทาง แนวทางแรก คือขยายในเชิงพื้นที่ โดยในระดับภาคมีสถาบันอาชีวะเกษตรฯ ที่ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค ส่วนระดับจังหวัดมี 19 สถาบันอาชีวะที่กำลังเดินหน้า ส่วนระดับอำเภอขณะนี้ รมต. มีนโยบายให้จัดตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาระดับอำเภอซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีกว่า 500 อำเภอและเขต กทม. ที่ยังไม่มีสถาบันอาชีวะของรัฐและเอกชน ดังนั้นในปี 56 สอศ.จะนำร่องจัดตั้งวิทยาลัยอาชีวะอำเภอโดยจะทำในอำเภอใหญ่ก่อน โดยตั้งงบประมาณไว้ 250 ล้านสำหรับการก่อตั้งวิทยาลัยแห่งใหม่ ส่วนอาชีวะชายแดนใต้ก็จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นโดยยืดหยุ่นตามความต้องการของพื้นที่ แนวทางที่สอง ดูความต้องการของประเทศ เช่น สาขาเกษตรฯ ที่กำหนดไว้ ในแผนพัฒนาฯ 11 ที่เน้นสร้างเกษตรกร รุ่นใหม่ และสาขาที่อยู่ในนโยบายของรัฐบาล อยู่แล้ว เช่น อาหาร พลังงานทดแทน ลอจิสติกส์ อัญมณี ท่องเที่ยว เป็นต้น
          แนวทางที่สาม ดูกลุ่มเป้าหมาย เช่น อาชีวะแกนมัธยม โดยเข้าไปสอนวิชาชีพให้กับเด็กมัธยมเพื่อดึงความสนใจให้มาเรียนต่ออาชีวะมากขึ้น การเพิ่มโอกาสแก่ผู้พิการได้เรียนสายอาชีพมากขึ้น ส่วนอาชีวะวัยแรงงาน ขณะนี้มีคนที่อยู่ในวัยแรงงาน 43 ล้านคน แต่อยู่ในระบบอาชีวะเพียง 3-4 แสนคนเท่านั้น ดังนั้นในปี 56-57 จะขยายกลุ่มนี้ให้มากขึ้น รวมถึงผู้สูงวัย สตรี ซึ่งจะต้องทำหลายช่องทาง เช่น การฝึกอบรม เทียบโอนความรู้ การพัฒนา ทักษะคนที่ทำงานอยู่แล้วมาอบรมทักษะความรู้ เพิ่มเติม และสร้างอาชีพใหม่ให้กับคนที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ รวมถึงการจัดอาชีวะร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น อาชีวะในเรือนจำ ในค่ายทหาร และปีหน้าจะเปิดหลักสูตรอาชีวะทายาทร่วมกับเอสเอ็มอีเพื่อรับทายาทหรือเด็กที่เอสเอ็มอีต้องการจะให้สืบทอดธุรกิจเข้าไปเรียนเพื่อจูงใจให้เด็กอยากเป็นเถ้าแก่น้อยมากขึ้น ส่วนด้านคุณภาพก็จะยกระดับวิทยาลัยอาชีวะ 10 แห่งให้เป็นอาชีวะที่เป็นมาตรฐานโลกหรือมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับ วิทยาลัยอาชีวะในสิงคโปร์ และฝรั่งเศส ขณะนี้ วิทยาลัยหลายแห่งให้ความสนใจอยากจะทำ และสุดท้ายคือปัญหาการออกกลางคัน ซึ่งปีที่ผ่านมาพบว่ามีนักเรียนออกกลางคันประมาณ 15% ปีหน้าจะต้องลดลง ขณะนี้ สอศ.ได้งบฯ 110 ล้านเพื่อดึงเด็กให้อยู่ในระบบให้ได้ เช่น เด็กกลุ่มเสี่ยง โดยจะคัด 50 วิทยาลัยที่มีตัวเลขออกกลางคันมากที่สุดมาดู และจะทำวิจัยหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข ซึ่งไม่ใช่ปรับที่เด็กอย่างเดียว อาจจะต้องดูที่ระบบการสอน การประเมินด้วย
           เลขาฯ อาชีวะกล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากการเพิ่มปริมาณผู้เรียนแล้ว เรื่องที่สองที่จะต้องทำคือการยกระดับคุณภาพอาชีวะ ทั้งในระดับสถานศึกษาซึ่งใช้ผลการประเมินของสมศ.เป็นตัวชี้วัด ส่วนคุณภาพผู้เรียนก็จะดูจากผลวีเน็ตซึ่งการประเมินจะต่างจากปีที่แล้ว โดยจะวัดที่ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานในอาชีพ ส่วนทักษะอาชีพจะดูที่มาตรฐานวิชาชีพซึ่งเชื่อมโยงกับผลประเมินของ สมศ. และตัวที่สามคือการประเมินระดับห้องเรียนโดยครู ซึ่งแนวทางที่จะให้ถึงเป้าหมายอย่างแรกคือการปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเน้นการวิเคราะห์ สร้างสรรค์ การเรียนจากฐานสมรรถนะ หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แนวทางที่สองคือการเรียนรู้จากโครงงานหรือโปรเจ็กต์ เบสเลิร์นนิ่ง กิจกรรมศูนย์ซ่อมสร้าง (Fix it Center) สามคือการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เช่น สุภาพบุรุษอาชีวะ การแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาท และแนวทางที่สี่คือ การยกระดับอาชีวศึกษา ซึ่งปีนี้ สอศ. ได้ งบประมาณ 150 ล้านเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ เช่น การพัฒนาวิทยาลัยขนาดจิ๋ว การเตรียมพร้อม สู่ประชาคมอาเซียน เช่น เปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษ จากตอนนี้ที่มีอยู่ 32 แห่งใน 28 จังหวัด จะเพิ่มอีก 60 แห่ง รวมถึงภาษาในอาชีพ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาของประเทศคู่ค้า ส่วนด้านไอที ปีนี้ได้จัดซื้อคอมพิวเตอร์จำนวน 214 ล้าน ซึ่งต้องนำมาใช้ให้คุ้มค่า โดยจะสร้างสื่อออนไลน์ และพัฒนาครูในการใช้ไอที และสร้างเครือข่ายครูโซเชียลมีเดียเพื่อใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอน และจะตั้งให้ 10 วิทยาลัยที่ใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนอย่างเข้มข้นเป็นแกนนำหลักในการพัฒนาการใช้ไอทีในการเรียนการสอนในสถาบันอาชีวะอื่นๆ ซึ่งนโยบายทั้งหมดจะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้และจะเข้มข้นขึ้นในปีหน้า เลขาฯ สอศ. กล่าวในตอนท้าย

 

          --มติชน ฉบับวันที่ 29 พ.ย. 2555 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 28 พ.ย. 55   อ่าน 2110 ครั้ง      คำค้นหา :