ค่าครองชีพข้าราชการอันแสนรันทด
ค่าครองชีพข้าราชการอันแสนรันทด
ครอบครัวข้าราชการที่มีหนี้ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 81.6% ในปี 2549 เป็น 84.1 %ในปี 2553 และมีจำนวนหนี้สินเฉลี่ยเพิ่มจาก 657,449 บาทเป็น 872,388 บาท.... 1 เมษายน 2554 บรรดาข้าราชการอาจยิ้มได้ระดับหนึ่งเมื่อรัฐบาลเตรียมปรับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ 5 เปอร์เซนต์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการแรกเข้าให้เทียบเท่ากับเอกชน โดยเริ่มเมื่อวันที่ 1 ต.ค.53 ความพยายามดังกล่าว นอกจากดึงดูดข้าราชการให้อยู่ในระบบ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เป็นผลจากภาวะค่าครองชีพปัจจุบันสูงขึ้น ภาพสะท้อนที่เห็นเด่นชัด จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 ต.ค. รับทราบผลการสำรวจภาวะการครองชีพของข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2553 ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ การสำรวจของกระทรวงไอซีที ได้ดำเนินการสำรวจภาวะการครองชีพของข้าราชการพลเรือนทุก 2 ปี เพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานของครอบครัวข้าราชการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ ค่าใช้จ่าย ภาวะหนี้สิน โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากข้าราชการ (ในสังกัด ก.พ.) ทุกประเภทและระดับตำแหน่ง ที่ตกเป็นตัวอย่างทุกจังหวัดทั่วประเทศทั้งสิ้น 12,886 ราย และได้จัดทำสรุปผลเบื้องต้นการสำรวจภาวะการครองชีพของข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2553 เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1.รายได้ของครอบครัวข้าราชการ ครอบครัวข้าราชการประเภทและระดับตำแหน่งทั่วประเทศ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 43,650 บาท ส่วนใหญ่ ( 84.1% ) เป็นค่าตอบแทนที่ได้รับเป็นประจำ จากการทำงาน เช่น เงินเดือน/เงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มพิเศษ มี รายได้ที่ได้รับเป็นครั้งคราว เช่น ค่าเบี้ยประชุม/ค่าล่วงเวลา/โบนัส ( 2.8 % ) นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการประกอบธุรกิจส่วนตัว( 8.1 % ) จากการให้เช่าทรัพย์สิน ( 1.4 % ) และรายได้อื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล และเงินช่วยเหลือจากบุคคลอื่น/รัฐ เป็นต้น ( 3.6% ) 2.ค่าใช้จ่ายของครอบครัวข้าราชการ (ไม่รวมค่าใช้จ่าย เพื่อการสะสมทุน เช่น ค่าชำระบ้าน/ที่ดิน ฯลฯ) ครอบครัวข้าราชการทุกประเภทและระดับตำแหน่งทั่วประเทศ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 32,386 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ ( 24.9 %) เป็นค่าอาหารและเครื่องดื่ม รองลงมาเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะ การ เดินทางและการสื่อสาร ( 19.6 %) ค่าซื้อยานพาหนะ เครื่องเรือน/เครื่องใช้ คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ (ร้อยละ 14.6) การศึกษา (ร้อยละ 9.6) ค่าที่อยู่อาศัย ( 6.5 % ) สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าของใช้และบริการส่วนบุคคล ค่าภาษี ดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าใช้จ่ายด้านสังคม ฯลฯ มี 14.5% 3.หนี้สินของครอบครัวข้าราชการ ครอบครัวข้าราชการทุกประเภทและระดับตำแหน่ง มีหนี้สิน 84.1% มีจำนวนหนี้สินเฉลี่ย 872,388 บาท ต่อครอบครัวที่มีหนี้ และ พบว่าข้าราชการประเภททั่วไปมีสัดส่วนของครอบครัวที่เป็นหนี้สูงสุด ( 87.1%) รองลงมาคือข้าราชการประเภทวิชาการและอำนวยการ ( 83.0% และ 65.4 %) ในขณะที่ข้าราชการประเภทบริหาร มีสัดส่วนที่เป็นหนี้ต่ำสุด (ร้อยละ 39.2) แต่จำนวนเงินที่เป็นหนี้กลับมีจำนวนสูงสุด (1,657,690 บาท) และข้าราชการประเภททั่วไปมีหนี้สินเฉลี่ยต่อครอบครัวต่ำสุด (794,565 บาท) โดยจำนวนเงินที่เป็นหนี้ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นตามประเภทและระดับตำแหน่งที่สูง ขึ้น 4.วัตถุประสงค์ของการมีหนี้ของครอบครัวข้าราชการ ข้าราชการมีหนี้สินเพื่อที่อยู่อาศัยสูงที่สุดคือ 56.4 % รองลงมาเป็นหนี้สินเพื่อซื้อหรือซ่อมแซมยานพาหนะ ( 15.2%) เพื่อใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภค ( 13.3% ) เป็นหนี้เพื่อการลงทุนในธุรกิจของครอบครัว (ร้อยละ 5.8) และเป็นหนี้สินเพื่อการศึกษา 3.9 % 5.การเปรียบเทียบรายได้ ค่าใช้จ่าย หนี้สิน และหนี้สินต่อรายได้ ในปี 2549 – 2553 ในปี 2549 – 2553 ครอบครัวข้าราชการมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าค่าใช้จ่ายซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายเพื่อการสะสมทุน โดยรายได้และค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กล่าวคือ รายได้เพิ่มจาก 36,276 บาทในปี 2549 เป็น 43,650 บาทในปี 2553 หรือเพิ่มขึ้น 6.4 %ต่อปี และค่าใช้จ่ายเพิ่มจาก 30,223 บาทในปี 2549 เป็น 32,386 บาทในปี 2553 หรือเพิ่มขึ้น 2.3 %ต่อปี สำหรับ ครอบครัวข้าราชการที่มีหนี้ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 81.6% ในปี 2549 เป็น 84.1 %ในปี 2553 และมีจำนวนหนี้สินเฉลี่ยเพิ่มจาก 657,449 บาท เป็น 872,388 บาท นอกจากนี้พบว่าหนี้สินต่อรายได้ของครอบครัวข้าราชการเพิ่มขึ้นจาก 18.1 เท่าในปี 2549 เป็น 20.0 เท่าในปี 2553 6.ความคิดเห็นของข้าราชการ สำหรับความคิดเห็นของข้าราชการเกี่ยวกับความต้องการให้รัฐปรับปรุงค่าตอบแทนและ สวัสดิการประเภทต่าง ๆ นั้น พบว่า ในลำดับแรกมีข้าราชการถึง 91.9 % ต้องการให้รัฐเพิ่มเงินเดือน รองลงมาต้องการให้เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลเอกชนได้ โดยสามารถเบิกได้ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ( 47.8%) เพิ่มค่าเบี้ยเลี้ยงสำหรับการเดินทางไปราชการ ( 44.4%) และต้องการให้ยกเลิกค่าเช่าบ้านแต่ให้ข้าราชการทุกคนได้รับเงินช่วยเหลือ เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ( 44.0% )
ที่มา: http://www.posttoday.com |
|
โพสเมื่อ :
06 ต.ค. 53
อ่าน 12686 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |