คอลัมน์: สัมภาษณ์พิเศษ: ก.ค.ศ.ยก’เพชรยอดมงกุฎ’เจ้าคุณธงชัยผลงานเชิงประจักษ์ พิจารณาวิทยฐ
คอลัมน์: สัมภาษณ์พิเศษ: ก.ค.ศ.ยก'เพชรยอดมงกุฎ'เจ้าคุณธงชัยผลงานเชิงประจักษ์ พิจารณาวิทยฐานะครู
มีหลายคนสงสัย และไม่รู้จักก.ค.ศ.ถามว่าคืออะไร?ก.ค.ศ. คือ คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เรียกโดยย่อว่า ก.ค.ศ. มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกโดยย่อว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.เป็นหน่วยงานด้านธุรการ ดร.อุบล เล่นวารี อดีตที่ปรึกษา ระดับ 10 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการผู้คิดริเริ่มโครงการเพชรยอดมงกุฎ เผยว่า.... กล่าวสำหรับ ก.ค.ศ.และสำนักงาน ก.ค.ศ.นี้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ก.ค.ศ.ประกอบไปด้วย 1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ 2.ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการ 3.กรรมการโดยตำแหน่งจำนวน 5 ท่าน ได้แก่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการ ก.พ. 4.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 7 ท่าน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทางด้านการศึกษา ด้านการบริหารงานบุคคลด้านกฎหมาย ด้านการบริหารการจัดการภาครัฐ ด้านการบริหารองค์กร ด้านการศึกษาพิเศษ และด้านการบริหารธุรกิจหรือด้านเศรษฐศาสตร์ด้านละ 1 ท่าน 5.กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจำนวน 7 ท่าน ประกอบด้วย ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจำนวนหนึ่งคน ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษาตามที่ก.ค.ศ. กำหนดจำนวน 1 ท่าน ผู้แทนข้าราชการครูจำนวน 4 ท่าน และผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นจำนวน 1 ท่าน ก.ค.ศ. มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1. เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะ รัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาตามพระเทพภาวนาวิกรมพระราชบัญญัตินี้ 2. กำหนดนโยบาย วางแผน และกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งให้ความเห็นชอบจำนวนและอัตราตำแหน่งของหน่วยงานการศึกษา 3.เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีในกรณีที่ค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก หรือการจัดสวัสดิการหรือประโยชน์เกื้อกูลสำหรับข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษายังไม่เหมาะสมเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในอันที่จะปรับปรุงเงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่งเงินเพิ่มค่าครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เหมาะสม 4. ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กฎ ก.ค.ศ. เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้5.พิจารณาวินิจฉัยตีความปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ เมื่อ ก.ค.ศ. มีมติเป็นประการใดแล้วให้หน่วยงานการศึกษาปฏิบัติตามนั้น 6.พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานการบริหารงานบุคคล รวมทั้งการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 7.กำหนดวิธีการและเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งครูและบุคลากรทางการศึกษาในหน่วยงานการศึกษา รวมทั้งกำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทน 8.ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราช การครูและบุคลากรทางการศึกษา 9.ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่นแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 10.พิจารณาตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา และคณะอนุกรรมการอื่นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย 11.ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงานให้คำปรึกษา แนะนำและชี้แจงด้านการบริหารงานบุคคลแก่หน่วยงานการศึกษา 12.กำหนดมาตรฐาน พิจารณาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ 13.กำกับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อรักษาความเป็นธรรมและมาตรฐานด้านการบริหารงานบุคคล ตรวจสอบและปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ให้มีอำนาจเรียกเอกสารและหลักฐานจากหน่วยงานการศึกษาให้ผู้แทนของหน่วยงานการศึกษา ข้าราชการ หรือบุคคลใด มาชี้แจงข้อเท็จจริง และให้มีอำนาจออกระเบียบข้อบังคับ รวมทั้งให้ส่วนราชการหน่วยงานการศึกษา ข้าราชการหรือบุคคลใดราย งานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ไปยัง ก.ค.ศ. 14.รายงานและเสนอแนะต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดในกรณีที่ปรากฏว่าส่วนราชการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา คณะอนุกรรมการ หรือผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือปฏิบัติการโดยขัดแย้งกับแนวทางตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้เมื่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดได้รับรายงานและข้อเสนอแนะจาก ก.ค.ศ. แล้ว ให้พิจารณาสั่งการในส่วนราชการ หน่วยงาน การศึกษา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา คณะอนุกรรมการ หรือผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ปฏิบัติไปตามนั้น 15.พิจารณารับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือคุณวุฒิอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและการกำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่ควรได้รับ 16.กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในเรื่องการปฏิบัติการต่างๆ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ 17.พิจารณาจัดระบบทะเบียนประวัติและแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือน ปีเกิด และควบคุมการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น นี่คือความเป็นมา และกฎระเบียบของ ก.ค.ส. คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประชุมคัดเลือกโครงการต่างๆ และโครงการที่ผ่านการคัดเลือก 1 ใน 50 โครงการ คือ โครงการเพชรยอดมงกุฎ ชิงทุนการศึกษา ของท่านเจ้าคุณธงชัย หรือพระเทพภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร วัดไตรมิตร กทม. โดยพระเทพภาวนาวิกรม กล่าวว่า...ซึ่งปัจจุบัน โครงการเพชรยอดมงกุฎ ได้ดำเนินการจัดการแข่งขันมาถึง ปี 14 ด้วยการจัดการแข่งขันความสามารถนักเรียนทุกสังกัดทั่วประเทศด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาจีน พระพุทธศาสนา ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ โดยนับเป็นข่าวดีสำหรับครูทั่วประเทศที่นำศิษย์มาร่วมแข่งขันกับโครงการเพชรยอดมงกุฎและได้รับรางวัลตั้งแต่ระดับชมเชยขึ้นไป จะมีสิทธิได้รับการเลื่อนวิทยฐานะ เพราะอ.ค.ส.ถือว่าเป็นผลงานเชิงประจักษ์ และได้มีการอนุมัติโครงการเพชรยอดมงกุฎ เป็นกฎของ อ.ค.ศ. อย่างเป็นทางการแล้วโดยออกเป็นหลักเกณท์ ออกกฎ ในการพิจารณาเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการครูสืบต่อไป ซึ่งผ่าน ครม. วัดผล ประเมินผลข้าราชครู และบุคลากร ด้วยผลงานระดับประเทศ โครงการเพชรยอดมงกุฎ ติด 1 ใน 48 ของโครงงานทั้งหมดคุณครูที่มีส่วนเกี่ยวโยงตั้งแต่ต้นสามารถเขียนผลงานนี้ เริ่มตั้งแต่รางวัล นักเรียน ครูผู้สอน ผู้ปกครอง โดยกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งเกณฑ์ให้เพชรยอดมงกุฎ เป็นผลงานระดับชาติ โดยจัดระดับคุณภาพ ครูผู้สอนซึ่งถือเป็นสุดยอด เป็นผลงานเชิงประจักษ์ที่น่ายกย่อง โดดเด่นในงานทางวิชาการ ที่เรียกว่า เชิงประจักษ์ อย่างแท้จริง ซึ่งโครงการเพชรยอดมงกุฎ นับเป็นช่องทางใหม่ ที่มีเป้าหมายในเส้นทางที่ต้องทำงาน ส่งเสริมเด็กให้ถึงเป้าหมายรางวัลชมเชย จนถึงได้เหรียญทอง เป็นความภาคภูมิใจทั้งนักเรียนครู ผู้ปกครอง และสถาบันการศึกษา โครงการเพชรยอดมงกุฎ ปัจจุบันนับเป็นโครงการใหญ่ที่ได้วางมาตรฐานไว้อย่างดีเยี่ยม การส่งเด็กเข้ามาแข่งขัน ได้แค่รางวัลชมเชย ก็ถือว่าเก่ง และถือว่ามีมาตรฐานระดับประเทศ แต่ละรางวัลที่ได้ ผู้ปกครอง ครู นักเรียน ในแต่ละปีมีหลักฐาน สามารถตรวจสอบได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ เป็นสิ่งที่น่าดีใจ ที่กระทรวงศึกษาธิการให้การยอมรับ!!! สรุปก็คือการแข่งขันเพชรยอดมงกุฎนี้ มีประโยชน์ต่อการศึกษาอย่างแท้จริง มีผลมีความหมาย ผลงานของโครงการเพชรยอดมงกุฎ เทียบเท่า รร. พระราชทาน ซึ่งครูโรงเรียน นักเรียน ต้องมีการเตรียมตัวมาแข่งขันอย่างดีโดยเฉพาะครูนั้น เมื่อทำงานนี้แล้วย่อมไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน เพราะผลงานประจักษ์ต่อสังคม สัมฤทธิผลด้วยความมานะอดทน ครูที่ทำงานส่งเด็กแข่งเพชรยอดมงกุฎย่อมไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคุณครูที่ทุ่มเทมานะ ย่อมไม่สูญเสียเวลาที่ทุ่มเทไป!!!
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ |
|
โพสเมื่อ :
13 ก.ย. 54
อ่าน 61704 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |