ครูข้องใจ"ทิพยฯ"เก็บเบี้ยประกันกู้ ช.พ.ค. ทั้งที่คุ้มครอง10ปีจาก"ธนชาตฯ"อยู่แล้ว




      

ครูข้องใจทิพยฯเก็บเบี้ยประกันกู้ ช.พ.ค. ทั้งที่คุ้มครอง10ปีจากธนชาตฯอยู่แล้ว

          จากกรณีผู้แทนผู้บริหาร บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ทำเอกสารชี้แจง มติชน เกี่ยวกับการทำประกันสินเชื่อในโครงการสวัสดิการเงินกู้สมาชิกกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) โครงการ 5 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ร่วมกับธนาคารออมสินปล่อยเงินกู้สูงสุดรายละ 600,000 บาท โดยระบุว่า 1.ในช่วงแรกบริษัท ทิพยประกันภัยจะร่วมมือกับบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด รับประกันภัยเพื่อคุ้มครองสินเชื่อโครงการดังกล่าว โดยมีค่าเบี้ยที่ทุนประกัน 600,000 บาท จำนวนเงินค่าเบี้ยรวม 37,200 บาท คุ้มครอง 10 ปี 2.ต่อมาบริษัท ธนชาตประกันชีวิตได้ขอปฏิเสธที่จะรับงานประกันในโครงการนี้ ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลง บริษัท ทิพยประกันภัยเข้ามารับประกันเพียงผู้เดียว โดยเงื่อนไขความคุ้มครองเหมือนเดิม แต่ระยะเวลาคุ้มครองได้ลดลงจาก 10 ปี เหลือ 9 ปี โดยทุนประกันคงเดิม 600,000 บาท ค่าเบี้ย 33,480 บาท สำหรับระยะเวลาที่คาบเกี่ยวกันระหว่างความคุ้มครอง 10 ปี เหลือ 9 ปี จะมีลูกค้าบางรายได้ส่งค่าเบี้ยมาที่ 10 ปี แต่ได้รับความคุ้มครอง 9 ปี ทางบริษัทได้จัดส่งคืนค่าเบี้ยให้กับกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้เรียบร้อยหมดแล้วนั้น
          เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นางสุดา วิศรุตพิชญ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ตามหลักแล้วการออกกรมธรรม์ประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อเงินกู้ควรต้องเป็นกรมธรรม์ของบริษัทประกันชีวิตเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ในกรณีของโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.5 จะต้องดูว่ากรมธรรม์ประกันสินเชื่อที่ออกมาให้กับสมาชิก ช.พ.ค.ผู้กู้มีรายละเอียดเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม ในกรณีของบริษัทที่รับทำประกันได้เพียงประกันวินาศภัย แต่กลับเข้าไปรับทำประกันในโครงการสินเชื่อเงินกู้ ซึ่งเป็นลักษณะของการประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่า ทำไมโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.5 จึงต้องให้บริษัทประกันวินาศภัยเข้ามารับทำประกัน ซึ่งในหลักการกฎหมายแล้วไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ในการทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อในโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. 5 และ 6 ควรให้เพียงบริษัทเดียวที่สามารถทำประกันชีวิตได้เข้ามารับทำประกันในโครงการดังกล่าว ดีกว่าให้มาทำร่วมกันสองบริษัท
          ในกรณีที่มีการระบุว่า บริษัท ธนชาตประกันชีวิตได้ถอนตัวออกจากการรับประกันในโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.5 แล้วต่อมามีการปรับลดการทำประกันจาก 10 ปี เหลือ 9 ปี โดยบริษัท ทิพยประกันภัยนั้น จะต้องมาวิเคราะห์ดูเอกสารสัญญาว่า จริงๆ แล้วสามารถทำได้หรือไม่ นางสุดากล่าว
          นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ สกสค. กล่าวว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้สอบถามตนในประเด็นข้อสงสัยและปัญหาการทำประกันสินเชื่อในโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.5 และได้ให้นโยบายว่า ทาง สกสค.ควรจะต้องออกมาชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเหล่านี้เพื่อให้ครูไม่สับสน ซึ่งนายเกษม กลั่นยิ่ง เลขาธิการ สกสค. ได้แจ้งให้ตนทราบในที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค.ว่า เร็วๆ นี้จะเชิญบริษัทประกันภัย และธนาคารออมสินมาหารือเพื่อชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ตามที่เป็นข่าว ส่วนกรณีมีสมาชิก ช.พ.ค.ที่ส่งรายชื่อมาให้ตน เพื่อให้ติดตามทวงเงินประกันส่วนต่างคืนนั้น ตนจะรวบรวมรายชื่อและจะประสานตรวจสอบไปยังบริษัทประกันภัยให้ ซึ่งโดยหลักการจะดูเรื่องความคุ้มครองว่า ถ้าสมาชิก ช.พ.ค.จ่ายเงินเบี้ยประกันเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ได้รับความคุ้มครองตามกำหนดเวลานั้นหรือไม่
          แหล่งข่าวจากบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด กล่าวชี้แจงกับ มติชน กรณีผู้แทนผู้บริหารบริษัท ทิพยประกันภัย ระบุว่า บริษัท ธนชาตประกันชีวิตได้ขอปฏิเสธที่จะรับงานประกันในโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.5 จนทำให้เกิดความสับสนว่า บริษัท ธนชาตประกันชีวิตได้ยกเลิกสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิตในโครงการนี้ไปแล้วว่า ไม่เป็นความจริง บริษัท ธนชาตประกันชีวิตยังคงมีพันธสัญญาตามข้อความที่ระบุตามกรมธรรม์เช่นเดิมจนครบกำหนดเวลา 10 ปี ซึ่งหมายความว่า หากผู้เอาประกันเสียชีวิตระหว่างอยู่ในอายุสัญญา และเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา ทางบริษัทยังคงจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามข้อตกลงของสัญญา เพราะตามหลัก พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2535 เมื่อลูกค้าได้ทำสัญญากับบริษัทที่รับประกันและชำระเบี้ยประกันแล้ว บริษัทนั้นจะไม่สามารถบอกเลิกสัญญากรมธรรม์ระหว่างอายุสัญญาได้ ดังนั้น บริษัทยังคงรับผิดชอบกับลูกค้าที่ได้เซ็นสัญญาอยู่ ซึ่งก็มีการเคลมสินไหมไปแล้วหลายราย ส่วนกรณีที่ผู้บริหารบริษัทไม่ได้ออกมาชี้แจง เพราะเกรงจะไปกระทบกับความสัมพันธ์กับพันธมิตรรายอื่น ทั้งนี้ เข้าใจว่าการที่โครงการเงินกู้ ช.พ.ค.6 ทางบริษัท ธนชาตประกันชีวิตไม่ได้รับทำประกันด้วย ก็อาจทำให้สมาชิก ช.พ.ค.หลายรายเกิดความสับสน และกังวลกันไปต่างๆ นานา
          ด้านสมาชิก ช.พ.ค.ซึ่งเสียเบี้ยประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.5 เป็นเวลา 10 ปี รวมค่าเบี้ย 37,200 บาท กล่าวว่า ตนได้รับใบเสร็จรับเงินค่าเบี้ยประกันจากบริษัท ธนชาตประกันชีวิต คิดค่าเบี้ย 31,620 บาท ระยะเวลาเอาประกัน 10 ปี ทุนประกันชีวิต 600,000 บาท และใบเสร็จรับเงินจากบริษัท ทิพยประกันภัย คิดค่าเบี้ย 5,580 บาท ระยะเวลาประกันภัย 10 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัย 600,000 บาท โดยในใบเสร็จรับเงินของทั้งสองบริษัทระบุเลขที่กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่เดียวกัน แต่จนถึงปัจจุบันเวลาผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว ตนก็ยังไม่เคยได้รับกรมธรรม์เลย จึงยังไม่ทราบว่าการทำประกันสินเชื่อโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.5 นี้ มีกรมธรรม์ของบริษัทเดียว หรือว่าทั้งสองบริษัทดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจเองว่า น่าจะมีกรมธรรม์ของบริษัทเดียวเท่านั้น เพราะระบุเลขที่กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่เดียวกัน จึงไม่แน่ใจว่า เมื่อบริษัท ธนชาตประกันชีวิตได้ถอนตัวออกไปแล้ว จะมีผลกระทบต่อความคุ้มครองการเอาประกันภัยของตนหรือไม่ ยิ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่บริษัท ทิพยประกันภัยเคยชี้แจงว่า ผู้ที่เสียเบี้ยประกันเป็นเวลา 10 ปี ยังได้รับความคุ้มครองเป็นเวลา 10 ปีเช่นเดิม โดยกรมธรรม์ของบริษัท ธนชาตประกันชีวิต ตนก็ยิ่งเกิดความสงสัยว่า แล้วมีเหตุผลความจำเป็นใดที่บริษัท ทิพยประกันภัยจึงมาเรียกเก็บค่าเบี้ยกับสมาชิก ช.พ.ค.ผู้กู้อีกคนละ 5,580 บาท ในเมื่อบอกว่าได้รับความคุ้มครองเป็นเวลา 10 ปี โดยกรมธรรม์ของบริษัท ธนชาตประกันชีวิตอยู่แล้ว
          ดังนั้น จึงได้ร่วมกับเพื่อนสมาชิก ช.พ.ค.ที่เป็นข้าราชการอยู่ใน ศธ.ส่วนกลาง และมีข้อคลางแคลงใจเหมือนกัน ช่วยกันร่างหนังสือส่งให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ช่วยตรวจสอบความถูกต้องในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะในประเด็นสงสัยว่า ครูถูกเอารัดเอาเปรียบเบียดบังเงินไปโดยมิชอบหรือไม่ สมาชิก ช.พ.ค.คนเดิมกล่าว

Source - มติชนออนไลน์ (Th)

โพสเมื่อ : 21 ต.ค. 53   อ่าน 12106 ครั้ง      คำค้นหา :