โครงงานบูรณาการเทพศิรินทร์การเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด




      

โครงงานบูรณาการเทพศิรินทร์การเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด

 

          การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้  และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด  กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ

          หลายคนในแวดวงการศึกษารู้สึกคุ้นเคยกับข้อความดังกล่าว  นับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  ซึ่งถือเป็นใจความสำคัญประการหนึ่งที่บัญญัติไว้ในหมวดที่ 4 แนวทางการจัดการศึกษา มาตรา 22

          ดังนั้น การจัดการศึกษาจึงต้องเน้นเน้นตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ  โดยมีการปรับการเรียนของผู้เรียน  และเปลี่ยนรูปแบบการสอนของครูจากเดิมที่เน้นตัวครูเป็นผู้บอกความรู้ให้กับผู้เรียนในทุกเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ  มาเป็นผู้คอยชี้แนะ  อำนวยความสะดวก  กระตุ้นส่งเสริมสนับสนุน  และจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มตามศักยภาพ  ความสามารถ  ความถนัด  และความสนใจของแต่ละคน

          ที่สำคัญคือผู้สอนต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งด้านความรู้  สามารถ  สติปัญญา  โดยผู้สอนต้องจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพื้นฐานและความสนใจของผู้เรียน  ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติจริง  พัฒนากระบวนการคิด วิเคราะห์  ศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองตามความถนัด ความสนใจ ด้วยวิธีการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย  เชื่อมโยงกับชีวิตจริงทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นรูปแบบหนึ่งที่หลายโรงเรียนนำมาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  เป็นการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้หรือการค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่ผู้เรียนอยากรู้หรือสงสัยด้วยวิธีการต่างๆ  เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้เลือกศึกษาตามความสนใจของตนเองหรือของกลุ่ม  มีการตัดสินใจร่วมกัน  เป็นการเรียนรู้จากการได้มีประสบการณ์ตรงจากแหล่งเรียนรู้  จนได้ชิ้นงานที่สามารถนำผลการศึกษาไปใช้ในชีวิตจริงได้

          เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา  ได้มีโอกาสไปชื่นชมการนำเสนอโครงงานบูรณาการของนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ  ทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย  การนำเสนอนั้นมีทั้งให้ผู้แทนของแต่ละห้องนำเสนอบนเวที  และจัดนิทรรศการแสดงผลสำเร็จของงานที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า  โดยกำหนดให้มีการนำเสนอชั้นละ 1 วัน  ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของโรงเรียนเทพศิรินทร์ที่ได้กำหนดให้นักเรียนแต่ละห้องต้องจัดทำโครงงานบูรณาการระดับโรงเรียนทุกปี  และมีกรรมการประเมินผลงานเพื่อให้รางวัล  มีทั้งรางวัลระดับเหรียญทอง  เหรียญเงิน  และเหรียญทองแดง  ซึ่งนักเรียนแต่ละห้องจะได้รับคะแนนการประเมินในทุกรายวิชาลดหลั่นกันไปตามประเภทเหรียญที่ได้  ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักเรียน  อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนสนใจใฝ่เรียนรู้มากยิ่งขึ้น

          จากการสังเกตนิทรรศการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนแต่ละห้อง ซึ่งในปีนี้ส่วนใหญ่ได้หยิบยกเรื่องพืชสมุนไพรมาศึกษาในลักษณะของโครงงานบูรณาการทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้  เช่น  หม่อน พฤกษาไทยมากคุณค่าสมุนไพรมนตราแห่งปฐพี  อะไร ๆ ..ก็มะพร้าว  มะขาม : มหัศจรรย์สมุนไพร  เป็นต้น  ขอยกตัวอย่างของกลุ่มที่ทำเรื่องเกี่ยวกับมะขาม  ซึ่งมีการตั้งชื่อเรื่องว่า มะขาม : มหัศจรรย์สมุนไพร   โดยนักเรียนได้แบ่งกลุ่มย่อยเป็น 8 กลุ่มตามกลุ่มสาระการเรียนรู้  คือ คณิตศาสตร์ศึกษาอัตราการส่งออกมะขามของประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2548-2553  ภาษาไทยศึกษาและจัดทำสารคดี น้ำพริกสมุนไพรมะขาม  วิทยาศาสตร์ศึกษาและจัดทำครีมบำรุงผิวสมุนไพรมะขาม  สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมศึกษาพฤติกรรมการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์จากมะขาม  ภาษาต่างประเทศศึกษาและจัดทำอภิธานศัพท์มะขาม  :  มหัศจรรย์สมุนไพร (อังกฤษ  ไทย  จีน  ญี่ปุ่น)  ศิลปะศึกษาและจัดทำโมเดลบ้านและป้ายชื่อจากไม้มะขาม  สุขศึกษาได้ศึกษาและจัดทำเครื่องนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพจากเมล็ดมะขาม   ส่วนการงานอาชีพและเทคโนโลยีศึกษาและจัดทำสบู่เหลวสมุนไพรมะขาม

          นักเรียน ม.3/7 เล่าเหตุผลที่ศึกษาเรื่องมะขามให้ฟังว่า  จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นพบว่า  มะขามเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่มีความประโยชน์มากมาย  แต่คนส่วนใหญ่มองข้าม  ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นราก  เปลือก  ลำต้น  แก่น  ใบ  เนื้อในฝัก  ฝักดิบ  เมล็ด  เปลือกเมล็ด  ดอกสด  ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร  อีกทั้งยังเป็นยาสมุนไพรที่สามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรคได้มากมาย  เช่น  รากแก้ท้องร่วง  สมานแผล  รักษาเริม  และงูสวัด   เปลือกต้น ใช้แก้ไข้ ตัวร้อน  แก่นใช้ขับโลหิต ขับเสมหะ  รักษาฝีในมดลูก  รักษาโรคบุรุษ  เป็นยาชักมดลูกให้เข้าอู่  ดอกสดใช้เป็นยาลดความดันโลหิตสูง  เป็นต้น

          สำหรับกระบวนการดำเนินงานนั้น  เริ่มจากการแบ่งกลุ่มตามความถนัดและความสนใจ  แล้วแต่ละกลุ่มคัดเลือกหัวหน้า  และมอบหมายให้สมาชิกในกลุ่มไปศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วนำข้อมูลมาศึกษาวิเคราะห์  และสรุปสาระสำคัญในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันวางแผนและดำเนินการจนเสร็จสิ้น  พร้อมจัดทำรูปเล่ม  และวางแผนในการนำเสนอต่อคณะกรรมการประเมิน  สำหรับโครงงานบูรณาการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/7  มีทั้งโครงงานแบบสำรวจ  แบบทดลอง  และสิ่งประดิษฐ์

          แม้ว่าการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานจะช่วยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์โดยตรง  ได้ทำการทดลองและพิสูจน์สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง  รู้จักการทำงานอย่างมีระบบ  มีขั้นตอน  ฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี  ได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา  ฝึกการคิดวิเคราะห์  และคิดสร้างสรรค์  แต่อย่างไรก็ตาม การทำโครงงานก็ไม่สามารถทดแทนหลักสูตรทั้งหมดได้  เพราะยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรเท่านั้น

          ฟาฏินา  วงศ์เลขา

 

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 06 ม.ค. 55   อ่าน 13399 ครั้ง      คำค้นหา :