เปิดกว้างเด็กรวยรับทุน’1อำเภอ’หวังแทนอัตราเกษียณภาครัฐ




      

เปิดกว้างเด็กรวยรับทุน'1อำเภอ'หวังแทนอัตราเกษียณภาครัฐ

 

          นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 3 โดยคัดเลือกนักเรียนที่จบชั้น ม.6 หรือเทียบเท่าอำเภอละ1 คน รวม 926 อำเภอ เพื่อรับทุนศึกษาต่อระดับปริญญาตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่ต้องใช้ทุนคืน ว่า ศธ.กำลังเร่งปรับโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ให้เป็นไปตามนโยบายของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลรัฐมนตรีว่าการ ศธ. โดยเบื้องต้นจะปรับข้อกำหนด เช่น จากเดิมให้นักเรียนเลือกเรียนในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ ปรับเป็นเปิดกว้างให้เลือกเรียนในประเทศใดก็ได้ แต่ต้องเป็นสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศและท้องถิ่นที่นักเรียนอยู่ นอกจากนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนไม่ว่ารวยหรือจนมีสิทธิได้รับทุนนี้เท่าเทียมกัน จากเดิมจะดูผลการเรียนเป็นหลักถ้าเด็กสองคนมีคะแนนเท่ากัน จะพิจารณาเลือกเด็กที่มีฐานะยากจนก่อน เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กว้างขึ้น เพราะเด็กที่มีฐานะถือว่าครอบครัวพอมีกำลังส่ง แต่แนวโน้มจากนี้หากนักเรียนมีฐานะต่างกัน แต่ผลการเรียนเท่ากันจะพิจารณาส่วนอื่นๆประกอบด้วย เช่นการสัมภาษณ์ประวัติการศึกษาเป็นต้น เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันและให้มีผู้รับทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาบางอำเภอไม่มีนักเรียนรับทุน ดังนั้นจะนำโควตาที่เหลือเหล่านั้น มาให้กับเด็กที่มีความสามารถและต้องการเรียนต่อต่างประเทศทุกคน
          ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า จากนี้ ศธ.จะเร่งปรับข้อกำหนดต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาเห็นชอบคาดว่าจะคัดเลือกนักเรียนได้ทันในปีการศึกษา2555 สำหรับการเริ่มโครงการนั้น จะต้องหารือกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ซึ่งมีความรู้เรื่องสถานศึกษาในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่มีประสบการณ์เรื่องทุนต่างประเทศและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะต้นสังกัดเพื่อนำความรู้มาบูรณาการร่วมกัน โดยเบื้องต้นเสนอตั้งงบประมาณปี 2555 เพื่อสนับสนุนโครงการนี้ 1,300 ล้านบาท
          จากสองรุ่นที่ผ่านมา พบว่าเด็กที่จบจากโครงการนี้ไม่มีใครว่างงาน ฉะนั้นต่อไปจะต้องไปคิดด้วยว่าจะให้ทุนนี้เป็นเหมือนทุนราชการที่กลับมาแล้วเข้ารับราชการได้เลยโดยไม่ต้องสอบ ก.พ.เหมือนคนอื่นๆ เพื่อเป็นกำลังสำคัญของภาครัฐ เพราะจากตัวเลขของ ก.พ.พบว่าในปี 2558 จะมีข้าราชการเกษียณอายุเป็นแสนคน เท่ากับว่าภาครัฐจะขาดกำลังคนอีกจำนวนมาก ดังนั้นหากส่งเด็กเหล่านี้ไปเรียนแล้วให้กลับมาทำงานกับภาครัฐก็ถือว่าคุ้มค่านายอภิชาติกล่าว และว่า สำหรับรุ่นที่ 3 จะต้องมีการเตรียมความพร้อมให้มากกว่ารุ่นที่ 1 และ 2 โดยจะให้นักเรียนเข้าค่ายฝึกภาษาและฝึกการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวเป็นเวลา 3 เดือน

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 19 ก.ย. 54   อ่าน 55371 ครั้ง      คำค้นหา :