คอลัมน์: รายงานพิเศษ: บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยสร้างศักยภาพปฐมวัยไทย
คอลัมน์: รายงานพิเศษ: บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยสร้างศักยภาพปฐมวัยไทย
วิชัย ทาเปรียว รายงาน ตั้งเป้าส่งเสริมศักยภาพวิทยาศาสตร์เครือข่ายท้องถิ่น 183 เขตพื้นที่การศึกษา โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทยจึงก่อกำเนิดขึ้น ด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ คือการส่งเสริมศักยภาพครูผู้สอนโรงเรียนนำร่องโครงการ ทั้งนี้ การดำเนินโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย แบ่งออกเป็นภาคต่างๆ โดยกรรมการโครงการ และที่ปรึกษาจากสพฐ. จะเดินสายจัดสัมมนาเผยแพร่ความรู้ไปตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่ง 2 ครั้งแรกจัดที่จ.ชลบุรีและจ.สุราษฎร์ธานีส่วนครั้งที่ 3 จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่จ.เชียงใหม่ และครั้งที่ 4 จะจัดที่จ.อุดรธานี นางชุติมา เตมียสถิต ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) กรรมการโครงการนักวิทยาศาสตร์น้อยฯ กล่าวว่า ที่มาของโครงการสืบเนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปประเทศเยอรมนี และทอดพระเนตรโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยที่มีรูปแบบในลักษณะมูลนิธิซึ่งทำโดยภาคเอกชน มีองค์กรเอกชนสนับสนุนที่น่าประทับใจคือจากผู้คิดและดำเนินการเพียง 4-5 คน ขยายผลไปสู่นักเรียนต่างๆ ได้ โดยดำเนินงานแบบนักธุรกิจ คือสร้างวิทยากรหลักขึ้นมา 4-5 คนแล้วให้วิทยากรหลักไปสร้างเครือข่าย ที่สุดสามารถขยายไปโรงเรียนต่างๆ ได้หลายพันแห่ง และในแต่ละปีขยายไปหลายหมื่นแห่ง ทำให้ได้เด็กที่ชอบวิทยาศาสตร์และเรียนได้สนุกขึ้น และนอกจากพัฒนาครูและพัฒนาเด็ก ยังพัฒนาพ่อแม่ด้วย ให้พ่อแม่ได้ทดลองวิทยาศาสตร์ที่บ้านโดยมีหนังสือแนะนำ โครงการนี้นำเข้ามามูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นเจ้าของโครงการ ตั้งแต่ พ.ศ.2552 เริ่มนำร่องในโรงเรียนทั่วประเทศ 200 แห่ง ผ่านเครือข่ายใหญ่ๆ เช่น สพฐ. และบริษัทเอกชนที่สนับสนุน ซึ่งแต่ละเครือข่ายจะมีวิทยากรไปอบรมครู ในส่วนของสสวท.นำร่องไปแล้วกว่า 30 แห่ง และขยายผลสู่โรงเรียน 610 แห่งในภาคใต้ ด้านนางวาทินี ธีระตระกูลที่ปรึกษาด้านมาตรฐาน สพฐ. กล่าวว่า จากที่มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้แจ้งว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เด็กไทยรักและชอบเรียนวิทยาศาสตร์ คือให้เริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ สพฐ.จึงน้อมนำ นโยบายดังกล่าวมาปฏิบัติ สำหรับพื้นที่ภาคเหนือมีโรงเรียนที่สนใจทำโครงการมากกว่า 10,000 แห่ง จึงดำเนินการลงไปยังเขตพื้นที่การศึกษา 183 เขต ให้เริ่มเขตละ 10 โรงเรียน โดยจะต้องอบรมวิทยากรเครือข่ายในพื้นที่ คืออบรมครูและวิทยากรให้เป็นวิทยากรเครือข่ายตามด้วยการอบรมครูในแต่ละโรงเรียนซึ่งจะเลือกจากโรงเรียนคุณภาพ คือเริ่มที่โรงเรียนดีเด่นประจำตำบลและอำเภอก่อน เพื่อให้โรงเรียนที่มีความพร้อมเป็นต้นแบบที่ดี โดยขณะนี้รวบรวมได้จำนวน 1,830 แห่ง โครงการดังกล่าวในภาคเหนือระหว่างนี้อยู่ในช่วงฝึกอบรมวิทยากร ซึ่งยังไม่ได้นำไปใช้กับเด็ก ส่วนภาคใต้และภาคกลางได้อบรมไปแล้วและนำไปใช้กับเด็กแล้ว ผลน่าพอใจคือคุณครูได้เปลี่ยนพฤติกรรม และเด็กๆ ก็เปลี่ยนพฤติกรรม ได้นำสื่อการสอนรูปแบบใหม่ที่โครงการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นำมาสอน และใช้แหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียนมากขึ้นเน้นตั้งคำถามมากขึ้น ฝึกให้เด็กสังเกต คิดและลงมือทำเอง ทำให้เด็กชอบและสนุกกับการเรียนผลตามมา เด็กไทยรักวิทยาศาสตร์
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด |
|
โพสเมื่อ :
26 ก.ค. 54
อ่าน 72374 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |