“ชินวรณ์” คุมงบฯ-บุคคล สั่ง “ศศิธารา” แจงเด้งผอ.อาชีวะเสนอ นายกฯ




      

ชินวรณ์ คุมงบฯ-บุคคล สั่ง ศศิธารา แจงเด้งผอ.อาชีวะเสนอ นายกฯ

          ชินวรณ์ ยันดูแลเรื่องงบฯ - บุคลากรด้วยตัวเอง กำชับองค์กรหลักขับเคลื่อนตามนโยบายปี54 เผยสั่ง เลขาฯ กอศ.ทำหนังสือแจงข้อร้องเรียนเด้งผอ.อาชีวะ ไม่เป็นธรรม ก่อนนำรายงาน มาร์ค ย้ำต้องไร้ข่าวซื้อขายตำแหน่ง ย้ายตามระเบียบกฎหมาย โปร่งใส
          วานนี้(11 ต.ค.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. ว่า ทางผู้อำนวยการสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา สำนักปลัด ศธ. รายงานว่า ศธ.ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 จำนวนทั้งสิ้น 346,713 ล้านบาท โดยมีการเบิกจ่ายไปแล้วจนถึงวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 342,344 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 98.74 แบ่งตามส่วนราชการได้ดังนี้ สำนักปลัด ศธ. เบิกจ่ายร้อยละ 96.84 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) เบิกจ่ายร้อยละ 80.44 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เบิกจ่ายร้อยละ 101.49 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เบิกจ่ายร้อยละ 93.03 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เบิกจ่ายร้อยละ 92.27 และหน่วยงานในกำกับองค์กรมหาชนอื่นๆ เบิกจ่ายร้อยละ 100 ทั้งนี้ที่ สพฐ.เบิกจ่ายมากผิดปกตินั้นเนื่องจากต้องดูแลสถานศึกษาทั่วประเทศจึงมีความจำเป็นในการของบประมาณดังกล่าว อย่างไรก็ตามในการเปรียบเทียบงบฯเบิกจ่ายทั้งหมดพบว่า มีการเบิกจ่ายร้อยละ 94 งบฯลงทุนร้อยละ 76.13 ซึ่งถือว่าบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลที่สามารถขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ได้
          นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังได้มอบหมายให้องค์กรหลัก และสำนักบริหารยุทธศาสตร์ฯ ให้ไปเตรียมการ 2 เรื่องคือ 1. การเตรียมงบฯปี 54 ในโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ซึ่งได้รับงบกว่า 8 หมื่นล้านบาท 2. ให้กำหนดยุทธศาสตร์ในงบฯ ลงทุนของแต่ละองค์กรหลัก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมายังไม่สามารถบูรณาการในเชิงงบประมาณให้มาสนองตอบในการปฏิรูปฯ ได้
          ผมได้มีการกำชับนโยบายนี้ให้ทุกองค์กรหลักไปดำเนินการอย่างใกล้ชิด ซึ่งต้องดูแลภาพรวมเพื่อให้ขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบาย ถึงแม้ว่าผมจะมอบให้รัฐมนตรีช่วยที่ดูแลกำกับแต่ละองค์กรหลักก็จริงอยู่ แต่ในเรื่องของงบประมาณ และบุคลากรผมก็ต้องดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองอย่างจริงจังต่อไป รมว.ศธ.กล่าว
          นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกรณีที่มีข้อร้องเรียนในเรื่องการโยกย้ายผู้บริหารนั้น เนื่องจากตนเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และประธานคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ถือเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการบริหารงานบุคคล อีกทั้งยังเป็นประธานอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน ศธ. ซึ่งก็มีหน้าที่ดูแลข้าราชการพลเรือนในกระทรวง เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมาตนได้นำระบบคุณธรรม และธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามได้กำชับเป็นพิเศษเพราะหลังจากนี้จะมีการโยกย้าย ผอ.วิทยาลัย ผอ.สถานศึกษา ผอ.เขตพื้นที่ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) โดยตรง ที่ต้องตรวจสอบดูแลให้เป็นไปอย่างยุติธรรม
          ส่วนที่มีเรื่องร้องเรียนไปถึงนายกรัฐมนตรีในการแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.วิทยาลัยอาชีวะ ที่ไม่เป็นธรรมนั้น ขณะนี้ผมได้สั่งการทางวาจาไปยังน.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ให้รายงานเรื่องดังกล่าวในฐานะที่เป็นประธาน อ.ก.ค.ศ อาชีวะแล้ว ซึ่งเมื่อเวลาล่วงเลยไปก็ได้ทำหนังสือไปอีกครั้งให้ เลขาฯ กอศ.ทำรายงานการโยกย้ายดังกล่าวมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อผมจะได้นำรายงานต่อนายกฯ ต่อไป ทั้งนี้ยังมอบให้ รมช.ศธ. ที่กำกับดูแลไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และต้องไม่ให้มีข่าวการซื้อขายตำแหน่งเป็นอันขาด ทั้งนี้หากยังมีการร้องเรียนอยู่ก็ต้องดูข้อมูล หากมีความชัดเจนเจ้าตัวก็มีสิทธิ์ยื่นอุธรณ์ต่อประธาน กคศ.ชุดใหญ่ หรือฟ้องศาลปกครองดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวนี้ผมไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่ต้องมีการตรวจสอบให้โปร่งใส รมว.ศธ.กล่าว

Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)



โพสเมื่อ : 12 ต.ค. 53   อ่าน 11588 ครั้ง      คำค้นหา :