ครูวิทย์-คณิตขาด3.2หมื่นร่างฯเงินเดือนวาระแรกฉลุย
|
'รมช.ศธ.'เผยทั่ว
ปท.ขาด'ครูวิทย์-คณิต' 3.2 หมื่นคนชี้ 10 ปีแม่พิมพ์เกษียณ 2 แสนราย
ส่งผลครูขาดเพิ่มทุกสาขา เล็งชง
ครม.เห็นชอบโครงการสร้างอาจารย์มหา'ลัย-ครูพันธุ์ใหม่อีก 9 พันล้านบาท
จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
มีมติเห็นชอบให้ปรับโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยา
ศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) ระยะที่ 3
ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.)
โดยปรับรูปแบบการให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้จบปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์
เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโท 580 ทุน ใช้งบประมาณ 4,388 ล้านบาทนั้น
ทางนายไชยยศจิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ถึงเหตุผลที่
ครม.มีมติดังกล่าวออกมาว่า ปัจจุบันครูวิทยาศาสตร์ขาดแคลนประมาณ 14,000 คน
และครูคณิตศาสตร์ขาดแคลนประมาณ 18,000 คน และอีก 10 ปีข้างหน้า
ครูในภาพรวมจะเกษียณอายุราชการทั้งสิ้น 2 แสนคน
จะส่งผลให้ขาดแคลนครูในสาขาต่างๆ เพิ่มขึ้น ประกอบกับไทยขาดแคลนนักวิจัย
โดยปัจจุบันมีนักวิจัยแค่ 6 คนต่อประชากร 10,000 คน
ขณะที่สิงคโปร์มีนักวิจัย60 คน ต่อประชากร 10,000 คน
นอกจากนี้ตัวเลขงานวิจัยของไทยใช้งบฯอยู่ที่ 0.26%
ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่างกับสิงคโปร์ใช้งบฯในงานวิจัยถึง
3% และอเมริกา5% ของจีดีพี "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรีต้องการให้ใช้งบฯเพื่องานวิจัยเพิ่มเป็น 1%ภายใน 3 ปี และ 3%
ภายใน 10 ปี จึงต้องเพิ่มนักวิจัย
โดยต้องสร้างกันตั้งแต่ระดับประถมและมัธยมศึกษา ปีนี้จึงต้องมีโครงการต่างๆ
มารองรับ ทั้งปรับโครงการ สควค. 580 ทุน ใช้งบฯกว่า4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น
1.เรียนปริญญาโทในไทย 400 ทุน และ
2.เรียนปริญญาโทในไทยโดยใช้ภาษาอังกฤษ จบแล้วส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ 1
ปี 180 ทุน" นายไชยยศกล่าว นายไชยยศกล่าวอีกว่า นอกจากนี้
ศธ.ยังมีโครงการสร้างอาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัยโดยให้ทุนแก่นักเรียนเรียน
ปริญญาตรี-เอกเพื่อกลับมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ปีละ500 คน ใช้งบฯเกือบ
5,000 ล้านบาท
รวมถึงมีโครงการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตใยแก้วนำแสงกับสถานศึกษาชนบทห่างไกล
10,000 โรงเรียน ใช้งบฯ 3,000 ล้านบาท และโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ เรียน 6
ปี จบวุฒิปริญญาโท ปีละกว่า 34,000 คน ใช้งบฯ4,000 ล้านบาท โดยจะทยอยเสนอ
ครม.เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป วันเดียวกัน ที่รัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชัย ชิดชอบ
ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง
พ.ร.บ.เงินเดือนเงินวิทยฐานะ
และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่...) พ.ศ....
ซึ่ง ครม.เป็นผู้เสนอ และร่างฉบับที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา
พรรคประชาธิปัตย์ และคณะเป็นผู้เสนอ
มีสาระสำคัญคือการปรับโครงสร้างเงินเดือนครูกว่า 4 แสนคน
ให้เทียบเท่าข้าราชการพลเรือน ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติรับหลักการร่าง
พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับด้วยคะแนนเอกฉันท์ 314 เสียง โดยให้ตั้งคณะกรรมาธิการ
(กมธ.) วิสามัญพิจารณา 36 คน กำหนดแปรญัตติ 7 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในการประชุมสภาเมื่อวันที่ 27 มกราคม
ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายสนับสนุนให้เร่งออกกฎหมายดังกล่าว
เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม จะทำให้เงินเดือนครูสังกัด
ศธ.ปรับขึ้นร้อยละ 8 และเมื่อถึงวันที่ 1 เมษายน จะปรับเงินเดือนอีกร้อยละ 5
พร้อมข้าราชการทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
หลังสภามีมติรับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าว นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้เดินลงมาพบผู้แทนครูนับ 100 คน จาก 20
โรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ ท่ามกลางเสียงปรบมือขอบคุณอย่างกึกก้อง
นายชินวรณ์กล่าวว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบในหลักการร่าง
พ.ร.บ.เงินเดือนครูฯ จากนี้จะแปรญัตติภายใน 3 วัน โดยตนจะเป็นประธาน
กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินเดือนครูฯ สภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งจะเริ่มประชุมนัดแรกวันที่ 3 กุมภาพันธ์
และจะเร่งรัดการพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน 2
ครั้งก่อนจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระ 2 และ 3
ต่อไป คาดว่าภายในเดือนมีนาคม จะพิจารณาในชั้นของวุฒิสภาได้
ถ้าได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
จะเป็นขั้นตอนของการนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
ซึ่งจะมีผลโดยตรงในการปรับเพดานเงินเดือนครูฯเพิ่ม 8%
"ผมจะเร่งรัดร่าง พ.ร.บ.เงินเดือนครูฯให้ทันภายในเดือนเมษายน
เพื่อครูจะได้ปรับเงินเพิ่มตามมติ
ครม.ที่ให้ปรับเงินเดือนข้าราชการทุกประเภทขึ้นอีก 5% ด้วย
ซึ่งผมได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.)
เตรียมจัดทำคู่มือเพื่อปรับโครงสร้างเงินเดือนครูเข้าสู่อันดับเงินเดือน
ขั้นต่ำ-ขั้นสูงรอไว้แล้ว โดยเมื่อร่าง
พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะได้นำคู่มือเข้าสู่ที่ประชุม
ก.ค.ศ.เพื่อขอความเห็นชอบทันที" นายชินวรณ์กล่าว
ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)
กล่าวถึงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้า
ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตำแหน่งครูผู้ช่วยหลังที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เห็นชอบว่าจะจัดสอบในเดือนเมษายน
เนื่องจากสพฐ.ได้รับอัตราคืน 16,000 ตำแหน่ง จากโครงการเออร์ลี่ฯ 12,000
อัตรา และอัตราเกษียณปี 2552 อีก 4,000 อัตรา อย่างไรก็ตาม
การสอบบรรจุครูผู้ช่วยในปี 2554 จะตัดอัตราครูช่วยราชการออกด้วย
เพราะที่ผ่านมามีครูขอไปช่วยราชการทั่วประเทศประมาณ4,000 อัตรา
ซึ่งมีเหตุจำเป็น อาทิ การขอย้ายตามคู่สมรส หรือย้ายเพราะเหตุถูกปองร้าย
ส่งผลให้โรงเรียนต้นทางขาดอัตรากำลังครูในส่วนนี้ไป
โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กจะได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาหลายปี ดังนั้น
ปีนี้สพฐ.จะสะสางเรื่องนี้โดยการตัดอัตราครูช่วยราชการออก
เพื่อให้โรงเรียนต้นทางได้คืนอัตราครูที่ขาดด้วย
"การสอบบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วยจะทำ 2 ขั้นตอน คือ
1.สอบบรรจุในส่วนที่จัดสรรอัตราให้กับกลุ่มที่เป็นพนักงานราชการ
และครูอัตราจ้างที่ต้องจัดสรรตำแหน่งว่างไว้ให้ 25%
ซึ่งกลุ่มนี้จะคัดเลือกพร้อมกันต้นเดือนเมษายนและ
2.การสอบคัดเลือกทั่วไปกลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนเมษายน
คาดว่าการสอบในครั้งนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)
และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จะสอบขึ้นบัญชีไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2553 ที่ผ่านมาสพป.หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
(สพท.)เดิมได้สอบขึ้นบัญชีไว้แล้ว 69 เขต แต่ยังมีสพป.อีก 120 เขต และ
สพม.42 เขต ที่ยังไม่ได้มีการสอบขึ้นบัญชีไว้
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
03 ก.พ. 54
อ่าน 12079 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |