รมช.ศธ. ยืนยันการผลิตครูพันธุ์ใหม่จะต้องเป็นการผลิตครูในระดับปริญญาโท หลักสูตร 6 ปี




      

รมช.ศธ. ยืนยันการผลิตครูพันธุ์ใหม่จะต้องเป็นการผลิตครูในระดับปริญญาโท หลักสูตร 6 ปี

          รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยัน การผลิตครูพันธุ์ใหม่จะต้องเป็นการผลิตครูในระดับปริญญาโท หลักสูตร 6 ปี พร้อมระบุ จะไม่เป็นการเพิ่มภาระเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับรัฐบาล

          นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการผลิตครูพันธ์ใหม่ ว่า การผลิตครูพันธุ์ใหม่จะต้องเป็นการผลิตครูในระดับปริญญาโท หลักสูตร 6 ปี ส่วนหลักสูตรครู 5 ปีนั้นจะเป็นการรับนักศึกษาปีการศึกษา 2554 เป็นปีสุดท้าย และจะเปิดช่องเพื่อให้นักศึกษาที่เข้าเรียนในหลักสูตร 5 ปี ปีการศึกษา 2554 สามารถโอนย้ายไปเรียนหลักสูตร 6 ปี ได้ เนื่องจากสถาบันที่ผลิตครูบางแห่งอาจจะยังไม่มีความพร้อมที่จะเปิดหลักสูตร 6 ปีในทันทีและเพื่อไม่ให้นักศึกษากลุ่มดังกล่าวเสียโอกาสจึงต้องเป็ดช่องไว้ให้สามารถโอนย้ายได้  ส่วนหลักสูตร 4 ปี และ 4+2 ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่จบจากสาขาอื่นๆ มาเรียนต่อครูได้นั้นยังมีอยู่

          นายไชยยศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการประสานงานหลักสูตรครูพันธุ์ใหม่ สรุปประเด็นเกี่ยวกับการจัดทำหลักสูตรโดยวันนี้ที่ประชุมได้กำหนดคุณลักษณะของครูพันธุ์ใหม่ว่าจะต้องมี 4 ข้อหลักๆ คือ จะต้องผลิตครูที่เป็นนักวิจัย จะต้องผลิตครูที่เป็นนักสอนที่ดี จะต้องผลิตครูที่เป็นนักคิดวิเคราะห์ที่ดี และจะต้องผลิตครูที่เป็นนักจิตวิทยา ซึ่งการกำหนดหลักสูตรจะต้องกำหนดด้วยว่าจะให้นักศึกษาตามหลักสูตร 6 ปีได้เรียนแต่ละข้อกี่หน่วยกิตซึ่งจะมีการนัดหารือเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดรับนักศึกษาได้ทันในปีการศึกษา 2554 แน่นอน ส่วนข้อทักท้วงของหลายฝ่ายว่าหากปรับจากหลักสูตร 5 ปี เป็นหลักสูตร 6 ปี จะเป็นการเพิ่มภาระเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับรัฐบาลนั้น จากการคำนวณแล้วพบว่าหากให้นักศึกษาเรียนต่อจนจบปริญญาโท 6 ปีทีเดียวจะลดค่าใช้จ่าย เพราะหากให้เรียน 4 ปี และเมื่อทำงานก็ต้องลาไปศึกษาต่อซึ่งขณะที่ศึกษาต่อรัฐบาลก็ยังคงต้องจ่ายเงินเดือนให้ ส่วนเงินเดือนเริ่มต้นของคนที่จบปริญญาโทนั้นคุ้มทุนกับที่รัฐบาลต้องเสียเพราะคนที่จบหลักสูตร 6 ปี จะไปบรรจุทดแทนอัตราเกษียณซึ่งเป็นคนที่มีเงินเดือนสูงอยู่แล้ว

          ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์



โพสเมื่อ : 19 พ.ย. 53   อ่าน 13107 ครั้ง      คำค้นหา :