ศธ.เข้มอาชีวะนักเลง เพิกถอนใบอนุญาต-ปิดถาวร
ศธ.เข้มอาชีวะนักเลง เพิกถอนใบอนุญาต-ปิดถาวร
ที่ประชุมครม.เห็นชอบตามข้อเสนอกระทรวงศึกษธิการแก้ปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน ทั้งมาตรการเชิงรุกและมาตรการระยะยาว ชินวรณ์เปรยอาจมีการทำหลักสูตรร่วมกับทหาร พร้อมระบุสั่งปิดแน่สถานศึกษาที่ทำผิดซ้ำซ้อนทั้งเพิกถอนใบอนุญาตและสั่งปิดถาวร ปัดส่งดัดสันดาน 3 จว.ใต้ ชี้เป็นเพียงข้อเสนอ วานนี้ (7 ก.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะมนตรี (ครม.)ถึงมาตรการเด็กนักเรียนตีกัน ที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของครม.ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการนำเสนอ และเห็นชอบในเร่อื่องใหส่วนราชการ กระทรวง กรม หรือองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนกับการแก้ไขปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทกัน โดยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานกลาง สำหรับประงาน และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อส่งเสริมความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการที่ครม.ได้ให้ความเห็นชอบเป็นมาตรการที่กระทรวงเสนอมา 2ประเด็นคือ 1.มาตรการเชิงรุก ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องในเรื่องที่จะให้สถานศึกษาทำประวัตินักเรียน เป็นรายบุคคล เพื่อร่วมมือกับสถานีตำรวจ รวมทั้งเพื่อให้สารวัตรนักเรียนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดตามนักเรียนกลุ่มเสี่ยง โรงเรียนกลุ่มเสี่ยง และสถานที่เสี่ยง นอกจากนี้ยังจะมีการจัดตั้งภาคีเครือข่ายเพื่อให้เข้ามาร่วมมือกัน กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนเป็นกลุ่มนักเรียนด้วยกัน กลุ่มภาคีเครือข่ายผู้ปกครอง ที่จะเข้ามาช่วยเหลือดูแลนักเรียนหลังเลิกเรียน และช่วยเรียนพิเศษ และยังมีกลุ่มภาคีเครือข่ายกับภาคประชาชน เช่น กลุ่มครู ตำรวจ อปพร. อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุข จะให้กรมสุขภาพจิตเข้ามาโครงการร่วมกันในการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และเด็กนักเรียนที่มีปัญหาครอบครัว ก็จะได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สถานพินิจคุ้มครองเด็กด้วย นายชินวรณ์ กล่าวว่า สำหรับ มาตรการที่ 2.มาตรการระยะยาว ที่สำคัญคือกระทรวงศึกษาธิการต้องบูรณาการหลักสูตร เพื่อมุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษา มีวินัยในตัวเอง มีจิตสาธารณะ และมีความเป็นพลเมืองดี รวมทั้งจะให้มีการวิจัยเพื่อค้นหาองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหานักเรียนตีกัน และนำสู่การแก้ปัญหาแบบยั่งยืนต่อไป เมื่อถามถึงมาตรการขั้นเด็ดขาดในการปิดสถานศึกษาจะมีเงื่อนกลเงื่อนตายให้หรือไม่ ว่าทำผิดกี่ครั้งจึงสามารถปิดได้ นายชินวรณ์ กล่าวว่า หากสถานศึกษาไม่ได้ดำเนินการตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้ และเป็นสถานศึกษาที่นักเรียนได้มีกรณีวิวาทกันซ้ำซ้อน ขั้นตอนแรกเราจะสั่งปิดชั่วคราว จากนั้นหากมีพฤติกรรมทำผิดซ้ำซ้อนอีก จะนำไปสู่การการเพิกถอนใบอนุญาตและสั่งปิดถาวร เมื่อถามถึงมาตรการส่งลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ขอทำความเข้าใจ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นข้อสรุปหรือนโยบายจะนำนักเรียนไป 3 จังหวัดภาคใต้ แต่เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ได้มีการเสนอว่าสำหรับนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ควรมีการจัดตั้งงบประมาณเพื่อส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสร้างจิตสาธารณะ แต่ในที่ประชุมมีคนเสนอว่า ควรพาไปทำกิจกรรมในพื้นที่ท้าทาย ซึ่งตนขอปฏิเสธว่าจะพานักเรียนไป 3 จังหวัดภาคใต้ ข้อสรุปคือเราจะส่งเสริมนักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ และอาจจะมีการจัดทำหลักสูตรร่วมกับทหารที่เคยทำ เช่น วิวัฒพลเมือง นายชินวรณ์ กล่าวว่า ยอมรับปัญหาส่วนหนึ่งมาจากว่ากระบวนการจัดการศึกษา ที่ต้องมุ่งเน้นพัฒนาคน ความเป็นพลเมือง จึงเป็นเป้าหมายหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ซึ่งกระทรวงได้เตรียมการเรื่องนี้ และจะมีการปรับปรุงหลักสูตร การเรียนการสอน ประเมินผล เพื่อนำไปสู่การสอนในเรื่องความรู้ร้อยละ 70 ของเวลาทั้งหมด ส่วนร้อยละ 30 มุ่งเน้นให้เด็กพัฒนาในความเป็นคนดีเพิ่มขึ้น Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th) |
|
โพสเมื่อ :
08 ก.ย. 53
อ่าน 14297 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |