เปิดบ้านอาชีวะเรียนฟรีมีเงินใช้ได้งานทำ
|
การเรียนอาชีวศึกษาเป็นการเรียนการสอนวิชาชีพในกลุ่มธุรกิจบริการ
ในประเภทวิชาคหกรรม พณิชยกรรมหรือบริหารธุรกิจ และศิลปกรรม
ซึ่งขณะนี้มีความต้องการกำลังคน ในระหว่างปี 2553-2557 ถึง 1.7 ล้านคน
หรือเฉลี่ย 3.4 แสนคนต่อปี
และเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความต้องการสูงสุด จากกลุ่มอาชีพอุตสาหกรรม
และเกษตรกรรม
ในขณะที่ปริมาณผู้เรียนในสายอาชีวศึกษามีแนวโน้มลดลงและยังไม่เพียงพอต่อ
ความต้องการของสถานประกอบการทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรและบริการ
ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า
เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา
ในทศวรรษที่สองไว้ชัดเจนมุ่งเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา : สายสามัญจาก
70 : 30 เป็น 60 : 40 ให้ได้ภายในปี 2561 โดยเน้นกิจกรรมเชิงรุก
เปิดบ้านอาชีวะ “เรียนอาชีวะดี เรียนฟรี มีเงินใช้ ได้งานทำ”
ในระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2554 ณ เวทีกลางแจ้ง
วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
การจัดกิจกรรมครั้งนี้เน้นการแสดงศักยภาพทางการเรียนการสอนในสาขาวิชาต่างๆ
ในรูปแบบ "เปิดบ้านประกอบนิทรรศการมีชีวิต" (Open House and Life
Exhibition) เพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างความรู้ความเข้าใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้และแนะแนวการเรียนการสอนอาชีวศึกษาต่อนัก
เรียนระดับ ม.3 ม.6 ที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจเพื่อศึกษาต่อ
และยังเป็นกิจกรรมเปิดที่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเข้ามาร่วมชมงาน
ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความเข้าใจต่อผู้ปกครองว่าการเรียนอาชีวศึกษา
นั้น นอกจากบุตรหลานจะได้รับความรู้
มีทักษะวิชาชีพตามสาขาที่เลือกเรียนแล้ว จบแล้วมีงานทำแน่นอน
"นอกจาก “เรียนอาชีวะดี” แล้วยัง “เรียนฟรี” ตามนโยบายเรียนฟรี 15
ปีของรัฐบาล ระหว่างเรียนก็ “มีเงินใช้”
เพราะผู้เรียนสามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย และเมื่อเรียนจบแล้ว “ได้งานทำ”
เพราะการเรียนสายวิชาชีพนั้นเป็นความต้องการของตลาดแรงงานจำนวนมาก
เป็นกำลังคนที่มีทักษะต่อการพัฒนาประเทศ และผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาตนเอง
เพื่อความก้าวหน้าในสายงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสายงาน
หรือสายการเรียนภายหลังจบการศึกษา" เกษริน ปานกล่ำ หรือ
น้องเกษ นักศึกษาสาขาคหกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี เล่าว่า
ผู้ปกครองส่วนใหญ่มองว่า การเรียนสายอาชีวศึกษา เมื่อจบออกไปแล้ว
อาชีพการงานไม่มีความมั่นคง จึงเลือกให้บุตรหลานจบปริญญามากกว่า
แท้จริงแล้วการเรียนอาชีวะก็มีงานทำที่มั่นคงได้
อีกทั้งยังสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว
และในขณะที่เรียนมีรายได้เสริมจากการขายงานฝีมือ อาทิ ชุดวิวาห์
กล่องใส่กระดาษชำระ กระเป๋าอเนกประสงค์ หมอน เป็นต้น
ซึ่งสินค้าเหล่านี้ล้วนเป็นที่ต้องการของตลาด
ทำให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวลงได้
"การเรียนการสอนของสายอาชีวะจะเป็นการผสมผสานระหว่างทฤษฎีและปฏิบัติเข้า
ด้วยกัน แต่จะเน้นทางปฏิบัติ เพื่อฝึกให้นักศึกษาได้คิดเป็น ทำเป็น
และขายเป็น" น้องเกษ กล่าว เช่นเดียวกับ ธวัชชัย ฟองเกตุ หรือ
น้องวิว นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง เล่าว่า
ถึงแม้อาชีวะจะประสบปัญหาของกลุ่มนักเรียนทะเลาะวิวาท การใช้ความรุนแรง
ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบัน
อย่างไรก็ตามอาชีวศึกษาก็เป็นอีกสถาบันหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการ
ช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าพัฒนา ทั้งด้านตลาดแรงงาน
ด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ
"ตอนนี้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการทำเบเกอรี่เป็นอย่างมาก
เพราะที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง มีการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ
คณาจารย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นกันเอง
สอนจนกว่านักศึกษาจะทำได้และเข้าใจในบทเรียน
และยังได้ลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน" น้องวิว กล่าว จุฑามาศ
กรีพจนีย์ ศิษย์เก่าวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์
หนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จด้านอาชีพ เล่าว่า ณ
วันนี้ยังรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ว่า ที่ได้จบการศึกษาจากอาชีวศึกษา
ซึ่งเป็นสถาบันที่ทรงคุณค่าแห่งการผลิตบุคคลที่มีคุณภาพให้แก่สังคม
จะเห็นได้จากนักศึกษาที่จบจากอาชีวศึกษาประสบผลสำเร็จในชีวิตมากมาย
เช่นเดียวกับตนได้ประกอบธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านจุฑามาศผ้าไทย
ซึ่งได้นำความรู้ที่ได้จากการเรียนที่อาชีวศึกษา จากอาจารย์ถ่ายทอดความรู้
จากความตั้งใจทำสิ่งที่ตนเองรัก ทำให้ก้าวเข้าสู่เส้นชัยมาถึงทุกวันนี้ได้
จึงอยากให้น้องๆ ที่กำลังมองหาสถานที่ศึกษาต่อ ลองมองอาชีวศึกษา
รับรองว่าน้องๆจะพบกับความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน สนใจร่วมชมกิจกรรม และสมัครเรียนต่ออาชีวศึกษาได้ที่ 0-2281-5555, 0-2510-1823 หรือ www.vec.go.th 0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0 รายงาน
ที่มา: http://www.komchadluek.net |
|
โพสเมื่อ :
03 ก.พ. 54
อ่าน 13133 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |