|
อาชีวะชวนเด็ก เรียนฟรี-มีเงิน-มีงาน คัคนานต์ ดลประสิทธิ์ รายงาน งานมหกรรมตลาดนัดเรียนต่อ ม.1 และม.4 ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดขึ้น ที่ฮอลล์ 9 อิมแพ็คอารีน่า เมืองธานี ระหว่างวันที่ 25-27 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในโครงการ เรียนอาชีวะดี เรียนฟรี มีเงินใช้ ได้งานทำ สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานมหกรรมตลาดนัดเรียนต่อ ม.1 และม.4 ก็เพื่อแนะแนวการเรียนต่ออาชีวศึกษา น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า แนวโน้มมีความต้องการกำลังคนในสายอาชีวศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาถึงร้อยละ 100 แต่แนวโน้มผู้จบ ม.3 กลับเลือกที่จะศึกษาต่อในระดับม.ปลายมากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างการยอมรับในการเรียนสายอาชีพจากนักเรียน นักศึกษา ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงมีเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่สองไว้ชัดเจนคือ มุ่งเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา : สายสามัญจาก 70 : 30 เป็น 60 : 40 ให้ได้ภายในปี 2561 สอศ.จึงจัดกิจกรรมแนะแนวในงานมหกรรมตลาดนัดเรียนต่อ ม.1 และม.4 ภายใต้โครงการ เรียนอาชีวะดี เรียนฟรี มีเงินใช้ ได้งานทำ โครงการดังกล่าวต้องการให้นักเรียนชั้นม.3 เกิดความรู้ความเข้าใจถึงการเรียนต่อสายอาชีวศึกษาอย่างถูกต้อง โดยใช้เป้าหมายเป็นกลยุทธ์ในการสื่อสาร เพื่อให้นักเรียนมองเห็นจุดหมายปลายทางของชีวิต หรืออาชีพที่มีความมั่นคงในการเลี้ยงชีพได้ โดยไม่ต้องกังวลกับการว่างงาน อันเนื่องมาจากภาวะของตลาดที่มีอัตราการแข่งขันสูง การเรียนอาชีวะ นอกจากจะเรียนฟรีแล้วยังเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้ ทำให้เกิดความชำนาญและการนำไปสู่ความเป็นอาชีพ และยังช่วยให้นักศึกษามีรายได้ระหว่างเรียน เมื่อเรียนจบสามารถหางานทำได้ เพราะความต้องการผู้เรียนจบจากสายอาชีพของตลาดแรงงานมีสูงมาก นอกจากนี้ ระหว่างเรียนก็มีเงินใช้ เพราะผู้เรียนสามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย และเมื่อเรียนจบแล้วได้งานทำ เพราะการเรียนสายวิชาชีพนั้นเป็นความต้องการของตลาดแรงงานจำนวนมาก เป็นกำลังคนที่มีทักษะต่อการพัฒนาประเทศ และผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาตนเอง เพื่อความก้าวหน้าในสายงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสายงาน หรือสายการเรียนภายหลังจบการศึกษา สำหรับการจัดกิจกรรมแนะแนวในงานมหกรรมตลาดนัดเรียนต่อม.1 และม.4 ภายใต้โครงการเรียนอาชีวะดี เรียนฟรี มีเงินใช้ ได้งานทำ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทัศนคติทางบวกให้สังคม เล็งเห็นคุณค่าของการเรียนอาชีวศึกษาและสร้างความภาคภูมิใจในการเรียนอาชีวศึกษาว่ามีความเป็นมืออาชีพและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นว่าการเรียนอาชีวศึกษาจบแล้วมีงานทำและสามารถสร้างงานใหม่ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการกระตุ้นความสนใจต่อพ่อแม่ผู้ปกครองในเรื่องการเรียนการสอนสายอาชีวะ ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ของ สอ. ในฐานะผู้บริหารจัดการศึกษามืออาชีพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักเรียนชั้นม.3 และผู้ปกครองที่มีส่วนในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีสถานประกอบการจำนวนหมื่นกว่าแห่งรองรับนักศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อฝึกทำงานให้มีความเป็นมืออาชีพระหว่างเรียน ซึ่งนักเรียนจะมีรายได้ระหว่างเรียน เมื่อจบแล้วสถานประกอบการนั้นๆ ก็จะรับนักศึกษาเข้าทำงานทันที สำหรับกิจกรรมที่มีการจัดแสดงในงาน ประกอบด้วย 5 พื้นที่กิจกรรม ได้แก่ พื้นที่ที่ 1 เปิดประตูสู่อาชีวะ เป็นพื้นที่กิจกรรมที่เน้นกระตุ้น ดึงดูด ให้กับนักเรียนม.3 โดนนำเสนอผ่านกิจกรรมการแข่งขันบังคับสิ่งประดิษฐ์ฝีมือนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาระดับประเทศ เช่น การแข่งขันรถแข่งเล็ก แข่งขันการบังคับหุ่นยนต์เล็ก โชว์และจัดแสดงรถแข่ง Student Formula รวมทั้งเกมค้นหาทักษะหาความถนัด พื้นที่ที่ 2 สู่โลกอุตสาหกรรมก้าวไกล จัดกิจกรรมในรูปแบบโรงงานสาธิต โดยเปิดให้นักเรียนม.3 และประชาชนร่วมกิจกรรมทดลองทำจริง โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ เทคนิคก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการต่อเรือ เช่น ต่อประกอบชิ้นส่วนโมเดลรถยนต์ การพิมพ์ การเชื่อมชิ้นส่วนรถยนต์ ฝึกทักษะจากโมเดลช่าง การประกอบเรือไม้ เรือโลหะ พื้นที่ที่ 3 สารพัดช่าง สารพันฝีมือ จัดอบรม 108 อาชีพฟรี พร้อมการแข่งขันงานประดิษฐ์ แข่งขันวาดการ์ตูน พื้นที่ที่ 4 อาชีวะ สรรพบริการ จัดแบ่งพื้นที่เป็น 4 สาขา และคัดเลือกตัวแทนมาจัดแสดงผลงานและสาธิต สาขาละ 1 ประเภท ได้แก่ สาขาท่องเที่ยว คหกรรม ธุรกิจ-พาณิชยกรรม และศิลปกรรม และพื้นที่ที่ 5 เกษตรเพื่อชีวิตเกษตรเพื่ออาชีพ เป็นพื้นที่จัดแสดงโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี โดยตกแต่งบรรยากาศฟาร์มสาธิต การทำงานในฟาร์ม พร้อมจัดแสดงผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทดลองเพาะพันธุ์พืชด้วยตนเอง นอกจากนี้ สอศ.ยังได้จัดกิจกรรมเรียนอาชีวะดี เรียนฟรี มีเงินใช้ ได้งานทำ 2 แห่ง คือ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 26-29 ม.ค. และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสิงห์บุรี ตั้งแต่วันที่ 10-13 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจ และสร้างแรงจูงใจให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 ในการเลือกศึกษาต่อในสายอาชีวศึกษา กิจกรรมครั้งนั้นได้เน้นการแสดงศักยภาพทางการเรียนการสอนในสาขาวิชาต่างๆ ในรูปแบบเปิดบ้านประกอบนิทรรศการมีชีวิต โดยเปิดห้องปฏิบัติการเรียนการสอนในทุกสาขาวิชา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เรียนว่าจะได้รับความรู้ มีทักษะวิชาชีพ จบแล้วมีงานทำแน่นอน สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการแสดงผลงานที่โดดเด่นของนักศึกษา การเรียนรู้ประสบการณ์จากศิษย์เก่าอาชีวศึกษาที่ประสบความสำเร็จ และกิจกรรมสันทนาการเพื่อสร้างแรงจูงใจสู่เส้นทางอาชีพ อย่างไรก็ตาม นโยบายสำคัญของรัฐบาลมุ่งเน้นให้มีการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยจัดให้มีการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ.2552-2561 เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและการเรียนรู้ของคนไทย เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคมในการบริหารและจัดการกำหนดกรอบแนวทางการปฏิรูปการศึกษา 4 ประการ ได้แก่ พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ ความพยายามเหล่านี้ เพื่อจูงใจให้นักเรียนม.3 และม.6 เข้ามาเรียนต่อสายอาชีวะ
ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod |
| โพสเมื่อ : 17 มี.ค. 54 อ่าน 16581 ครั้ง คำค้นหา : |