นัดวางกรอบสอบปริญญาเก๊ เรียกอธิการฯ’ม.อีสาน’แจง




      

นัดวางกรอบสอบปริญญาเก๊ เรียกอธิการฯ'ม.อีสาน'แจง

          อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาภาค 4 เตรียมเรียกอธิการบดี'ม.อีสาน'แจงปัญหาขาย'ป.บัณฑิต'สัปดาห์นี้ คาดได้ข้อสรุป 30 เม.ย. 'ไชยยศ'เผยพยานหลักฐานพร้อม
          จากกรณีนายประจวบ ไชยสาส์น นายกสภามหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) แต่งตั้งอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาภาค 4 เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร้องเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ว่าขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู ในราคา 45,000-50,000 บาท และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเบื่องต้น ซึ่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยดังกล่าวยอมรับว่าลายเซ็นในใบ ป.บัณฑิต เป็นลายเซ็นของตัวเองจริงนั้น
          เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายสมเกียรติแพทย์คุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาภาค 4 และกรรมการสภา มอส.ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่นายกสภามอส.แต่งตั้งขึ้น เปิดเผยว่า ได้รับโทรศัพท์จากนายประจวบในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์วันที่ 13 เมษายน แจ้งว่าได้แต่งตั้งตนเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เป็นข่าว โดยมีนายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณีเจ้าหน้าที่ สกอ.และ พ.ต.อ.วุติ ป้อมปักษาเลขานุการสภา มอส.ร่วมเป็นกรรมการด้วย พร้อมกำชับให้เร่งตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนที่สุด และเจาะลึกหารายละเอียดให้ได้มากที่สุดทั้งต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างไรก็ตาม จนขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือแต่งตั้งเพราะติดช่วงเทศกาลสงกรานต์
          นายสมเกียรติกล่าวว่า จะเรียกกรรมการมาประชุมเป็นนัดแรกวันที่ 18 เมษายน เพื่อวางแนวทางว่าจะตรวจสอบประเด็นใดบ้าง ก่อนจะเชิญนายอัษฎางค์ แสวงการ อธิการบดี มอส.มาชี้แจงข้อเท็จจริงภายในสัปดาห์นี้ โดยประเด็นที่จะตรวจสอบเบื้องต้นอาจเริ่มต้นจากที่เป็นข่าวทาง
          หน้าหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อธิการบดียอมรับว่าลายเซ็นในเอกสารใบ ป.บัณฑิต ที่ส่งไปยังคุรุสภา เป็นลายเซ็นของตนเองจริง เรื่องที่
          บัณฑิต ป.บัณฑิตบอกว่าได้ ป.บัณฑิตมาโดยการยังคุรุสภา เป็นลายเซ็นของตนเองจริง เรื่องที่
          บัณฑิต ป.บัณฑิตบอกว่าได้ ป.บัณฑิตมาโดยการจ่ายเงิน 45,000-50,000 บาท โดยไม่ได้เข้าเรียน การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 ปีซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาเหล่านั้นปฏิเสธว่านักศึกษา
          ไม่ได้ฝึกสอนจริง เป็นต้น เชื่อว่าจะเร่งสรุปข้อเท็จจริงได้ก่อนวันที่ 30 เมษายน เพื่อเสนอที่ประชุมสภา มอส.ต่อไป
          ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อหรือไม่ว่ามีการซื้อขายป.บัณฑิต ในมหาวิทยาลัยอีสาน นายสมเกียรติกล่าวว่า ส่วนตัวไม่เชื่อ เพราะนายกสภา มอส.กำชับไม่ให้ซื้อขายใบปริญญาในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมาโดยตลอด อีกทั้ง ที่ผ่านมา มอส.ได้กำกับดูแลเรื่องมาตรฐานคุณภาพว่าจะต้องเป็นไปตามข้อบังคับของ สกอ.อย่างเคร่งครัด
          ด้านนายอัษฎางค์กล่าวว่า วันที่ 18 เมษายนจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการตรวจสอบหลักฐานการซื้อขายใบ ป.บัณฑิต เพื่อนำไปชี้แจงข้อกล่าวหาต่อสกอ.ในวันที่ 25 เมษายน จากการรวบรวมหลักฐานบัณฑิตทั้ง 1,300 คน ที่เรียนจบหลักสูตรป.บัณฑิต ยังยืนยันว่าทุกคนเรียนครบตามหลักสูตร ผ่านการฝึกสอนตามที่คุรุสภากำหนด และผ่านการตรวจสอบก่อนการอนุมัติใบ ป.บัณฑิต
          ส่วนกรณีที่ สกอ.ส่งรายชื่อบัณฑิตที่เรียนจบหลักสูตร ป.บัณฑิต 4 คน มาให้ตรวจสอบว่าเป็นนักศึกษา และเรียนครบหลักสูตรหรือไม่ โดยสกอ.ให้เหตุผลว่านักศึกษากลุ่มดังกล่าวยอมรับกับคุรุสภาว่าได้ซื้อใบ ป.บัณฑิต ประเด็นนี้ตอบได้เพียงว่าตรวจสอบแล้ว ทั้ง 4 คนเป็นนักศึกษาจริงส่วนเรียนครบตามหลักสูตรหรือไม่ยังตอบไม่ได้ต้องตรวจสอบก่อน นายอัษฎางค์กล่าว และว่าที่นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุจะเปิดเผยรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ขายใบ ป.บัณฑิตนั้น หากมีชื่อมอส.จริง ผมพร้อมจะหาหลักฐานไปชี้แจงกับสกอ.เพื่อหักล้างข้อกล่าวหา แต่ก็ยังยืนยันว่ามอส.ไม่มีการขายใบปริญญา
          วันเดียวกัน ที่ สกอ.นายสุเมธ แย้มนุ่นเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)กล่าวภายหลังประชุมกับฝ่ายกฎหมาย และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการขายใบกล่าวภายหลังประชุมกับฝ่ายกฎหมาย และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการขายใบป.บัณฑิต ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งว่าคณะกรรมการจะสรุปผลสอบและชี้มูลความผิดเรื่องนี้ในวันที่ 25 เมษายน จากนั้น สกอ.จะเสนอให้นายไชยยศพิจารณาว่าจะแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมฯ หรือเพิกถอนใบอนุญาต รวมทั้งจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
          ขณะที่นายไชยยศกล่าวว่า ได้เรียกประชุมนายสุเมธ นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการ กกอ.และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการซื้อขายใบ ป.บัณฑิต ซึ่ง สกอ.รายงานว่า เบื้องต้นเห็นว่าคดีนี้มีมูลเพียงพอที่จะฟ้องร้องเอาผิด ทั้งหลักฐานจากบัณฑิตที่เป็นพยาน 4 คน ล่าสุดนักศึกษายังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้เรียกเก็บค่าเล่าเรียนเกินจริง คือ
          ค่าเล่าเรียน 36,000 บาท แต่เก็บ 56,000 บาทสำหรับเอกสารที่มหาวิทยาลัยที่ถูกร้องเรียนต้องยื่นแก่ สกอ.ประกอบด้วย 1.เอกสารใบลงทะเบียนของนักศึกษาทั้งหมด 2.รายงานผลการศึกษาเป็นรายภาคเรียนของนักศึกษาทั้งหมด3.ข้อสอบ และ 4.กระดาษคำตอบของนักศึกษาทุกคน เอกสารทั้ง 4 ส่วนแสดงถึงการจัดการเรียนการสอนจริง แต่ถึงมหาวิทยาลัยมีหลักฐานที่แสดงว่าจัดการเรียนการสอนจริง หลักฐานที่เรามีอยู่ก็เพียงพอที่จะฟ้องร้องเอาผิดได้ โดยเฉพาะจากพยานนักศึกษา แต่ถ้าไม่มีเอกสารมาแสดง ซึ่งสะท้อนว่าไม่ได้จัดการเรียนการสอนจริง คาดว่าจะสรุปเรื่องเพื่อแจ้งความดำเนินคดีได้ภายในเดือนเมษายนนี้ ยืนยันว่าไม่มีมวยล้ม และจะต้องมีผู้รับผิดชอบด้วย
          นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเร็วขึ้น จากเดิมปี 2557 ว่า คณะกรรมการคุรุสภาได้จัดทำรายละเอียดเรื่องดังกล่าวไว้ เบื้องต้นว่าการสอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ แบ่งเป็น 3 ประเภทหลักได้แก่ 1.วิชาชีพครูปฐมวัย 2.วิชาชีพครูประถมศึกษา และ 3.วิชาชีพครูเฉพาะทาง อาทิ ครูคณิตศาสตร์ ครูวิทยาศาสตร์ ครูฟิสิกส์ ครูภาษาไทย เป็นต้น ซึ่งในประเภทที่ 3 มีอยู่ประมาณ 19 สาขา หากใครต้องการยื่นขอใบอนุญาตฯ ต้องไทย เป็นต้น ซึ่งในประเภทที่ 3 มีอยู่ประมาณ 19 สาขา หากใครต้องการยื่นขอใบอนุญาตฯ ต้องเลือกสอบให้ตรงวิชาเอก และหลักสูตรที่เรียนจบมา ส่วนข้อสอบนั้น คุรุสภาจะจัดสอบเอง โดยประสานกับคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย และสมาคมครูผู้สอนภาษาอังกฤษแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยออกข้อสอบ
          เบื้องต้นคุรุสภาจะเปิดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ปีละ 2 ครั้ง โดยใช้มหาวิทยาลัยในแต่ละภูมิภาคเป็นสนามสอบ ทั้งนี้ หลักสูตรครูจะต้องใช้เวลาเรียน 5 ปี จึงจะเปิดโอกาสให้ขอสอบได้ตั้งแต่เรียนอยู่ปีที่ 3-4 เมื่อสอบผ่านก็มีสิทธิรับใบอนุญาต แต่ต้องเรียนจบหลักสูตร 5 ปีและได้รับการอนุมัติใบปริญญาก่อนจึงจะขอรับใบอนุญาต นายดิเรกกล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 18 เม.ย. 54   อ่าน 29601 ครั้ง      คำค้นหา :