ตั้งกก.สอบวินัยอดีตบิ๊กมอส.’อัษฎางค์’ปัดกินหัวคิว60%




      

ตั้งกก.สอบวินัยอดีตบิ๊กมอส.'อัษฎางค์'ปัดกินหัวคิว60%

          ตั้ง กก.สอบวินัยอดีตผู้บริหาร ม.อีสาน ชี้โทษตั้งแต่ลดเงินเดือนถึงไล่ออก กก.สรุปผลบิ๊กคุรุสภาเอี่ยวป.บัณฑิต 15 มิ.ย.  'อัษฎางค์'ปัดกินหัวคิว 40-60% อ้างค่าจัดหานักศึกษา
          นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการระบุว่ามีผู้บริหารและกรรมการคุรุสภาบางคนเข้าไปมีส่วนได้เสียกับการเปิดสอนประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) ของมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) ที่ศูนย์นอกที่ตั้งของ มอส. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนว่าได้ข้อมูลมาในระดับหนึ่ง แต่ยังขาดข้อมูลที่จะเชื่อมโยงเรื่องต่างๆ จึงขอเชิญชวนให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ป.บัณฑิตไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการศูนย์นอกที่ตั้งหรือห้องเรียนพิเศษ ทีมงาน อาจารย์พิเศษที่เคยสอน มาให้ข้อมูลเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ในการสืบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ คาดว่าจะนำเสนอผลการสอบข้อเท็จจริงให้กับ ศธ.ภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้
          ผมยินดีที่รับฟังข้อมูลทั้งหมดจากทุกฝ่ายรวมทั้งนายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดี มอส.ด้วย ซึ่งผมได้โทรศัพท์ไปประสานนายอัษฎางค์แล้ว แต่เวลายังไม่ลงตัวที่จะเข้าไปขอข้อมูล นายบัณฑิตย์กล่าว
          ด้านนายอัษฎางค์กล่าวว่า นายบัณฑิตย์ได้โทรศัพท์มาสอบถามข้อมูล ซึ่งได้แจ้งไปว่าพร้อมให้ข้อมูลเท่าที่จะให้ได้ ทั้งนี้ จะนัดหมายกันอีกครั้ง ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่าเส้นทางการเงินและการส่งมอบทรัพย์สินของมอส.มีปัญหา เพราะตัวเลขบัญชีที่นางจรรยาแสวงการ มารดา ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้ง มอส. แจ้งมามีเงินจำนวน 24 ล้านบาทและทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยไม่โอนเงินเข้าบัญชีมหาวิทยาลัยเอกชน โดยไม่โอนเงินเข้าบัญชีมหาวิทยาลัยตามที่ สกอ.กำหนดนั้น อยากถามว่า ที่บอกว่าโอนเงินให้คนใกล้ชิดคือใคร ต้องบอกให้ชัดเจน เรื่องนี้น่าจะเป็นการเข้าใจผิด
          นายอัษฎางค์กล่าวว่า เรื่องนี้อาจจะเกิดจากสาเหตุที่สมุดบัญชีดังกล่าวยังเป็นของนางจรรยา เพราะการก่อตั้งมหาวิทยาลัยผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้ลงทุนและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่เมื่อยกฐานะจากวิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ เป็น มอส. เมื่อวันที่ 9 กันยายน2552 ซึ่งผ่านมาแค่กว่า 1 ปี ซึ่งได้ชี้แจงเรื่องนี้กับ สกอ.ไปแล้วหนึ่งครั้งว่า มอส.กำลังดำเนินการทำตามระเบียบของ สกอ. แต่ไม่คิดว่าการให้ข้อมูลไปในครั้งนั้น สกอ.จะนำมาเป็นประเด็นดำเนินการกับ มอส.
          ไม่มีเจตนาปกปิดอะไรทั้งสิ้น พร้อมให้ดีเอสไอและ สกอ.ตรวจสอบ ส่วนที่ระบุว่าการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งของ มอส.มีการหักเงินค่าหัวคิวจากการเล่าเรียนของนักศึกษา40-60% นั้น มหาวิทยาลัยเอกชนไม่เหมือนกับมหาวิทยาลัยรัฐ ที่ต้องสร้างอาคารและลงทุนด้วยเงินตัวเอง หากจะให้เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเอกชนลงพื้นที่จัดหานักศึกษาทั่วประเทศคงไม่ได้ จึงต้องมีเครือข่ายช่วยทำงานส่วนนี้ ดังนั้น การจ่ายค่าบริการและค่าตอบแทนในการบริหารจึงมองว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มองว่าเป็นค่าหัวคิวอะไร นายอัษฎางค์กล่าว
          ขณะที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวถึงกรณีนายอัษฎางค์ขอความเป็นธรรม และพร้อมต่อสู้ทางกฎหมายหากถูกถอนใบอนุญาตหรือสั่งปิด มอส.ว่า ได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการควบคุมมอส.ให้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ตลอดถึงศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าพบความเป็นจริงว่ามีกระบวนการถึงขั้นฉ้อโกงประชาชนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและผู้เสียหายก็สามารถใช้สิทธิตามเคร่งครัดและผู้เสียหายก็สามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้เช่นเดียวกัน วันนี้ถ้าทุกฝ่ายมีความมั่นใจในความสุจริตของตัวเอง ขอให้ออกมาให้ข้อมูลและต่อสู้ในเชิงสืบสวนสอบสวน และขอให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักว่า ผมพยายามที่จะขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ซึ่งภายในเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาก็ได้มีการไปแจ้งความร้องทุกข์ก็เพื่อต้องการให้เรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพราะยังเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งสุดท้ายของทุกฝ่าย ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมและไม่ไปก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรมเด็ดขาด นายชินวรณ์กล่าว
          นายสุมนต์ สกลไชย อธิการบดี มอส.กล่าวถึงกรณีนายอานนท์ เที่ยงตรง ประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหา ป.บัณฑิต จะลงพื้นที่ที่ มอส.เพื่อดูหลักฐานการเรียนของนักศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิต ที่สำนักทะเบียนและประมวลผลการศึกษา และการเรียนของนักศึกษาปริญญาโท ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ว่าขณะนี้คณะกรรมการกลั่นกรองและตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจาก ป.บัณฑิตได้คัดแยกกลุ่มผู้เรียนเพื่อเสนอนายอานนท์แล้วพอสมควร เนื่องจากข้อมูลบางส่วนยังไม่ครบถ้วน ทั้งที่ข้อมูลหลักฐานทั้งหมดควรจะอยู่ที่มหาวิทยาลัย แต่กลับหาข้อมูลไม่ค่อยได้ต้องไปค้นหาหลักฐานจากที่ต่างๆ โดยผู้รับผิดชอบเดิมก็อ้างว่าอยู่ตรงนั้นตรงนี้บ้าง ดังนั้นจึงต้องขอให้นักศึกษาเป็นฝ่ายให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับมหาวิทยาลัย เช่น รายงานการวิจัยในชั้นเรียน และผลพัฒนาการของผู้เรียน โดยขณะนี้ข้อมูลนักศึกษามีเพียง 500 คน เท่านั้นทั้งที่ความจริงแล้วมีนักศึกษาเรียน ป.บัณฑิตศูนย์นอกที่ตั้งทั้งหมดมากกว่า 2,000 คน จึงอยากให้ทุกคนมารายงานตัวด้วย
          เรื่องที่หนักใจที่สุดคือการแก้ไขปัญหานักศึกษา ป.บัณฑิต ซึ่งส่วนใหญ่เรียนศูนย์นอกที่ตั้งที่ไม่ผ่านการรับรองจาก สกอ. โดยจะสรุปรายละเอียดของนักศึกษาเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมฯ ที่จะประชุมในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เพื่อจะหารือร่วมกันว่าจะสามารถใช้อำนาจของคณะกรรมการควบคุมฯ ซึ่งทำหน้าที่สภามหาวิทยาลัยในการอนุมัติใบป.บัณฑิตได้หรือไม่ หรือต้องเสนอเรื่องให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)พิจารณา นายสุมนต์กล่าว
          นายสุมนต์ยังกล่าวถึงการสอบสวนทางวินัยอดีตผู้บริหาร มอส.ว่า นายสมนึก พิมลเสถียร ประธานคณะกรรมการควบคุมฯ ได้ลงนามแต่งตั้งนายชนะพล ศรีฤๅชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนแล้ว เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีขอบเขตคล้ายกับการสอบสวนทางวินัยข้าราชการ และมีบทลงโทษเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ลดเงินเดือน ตัดเงินเดือน ให้ออก ปลดออก และไล่ออก
          ด้านนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ กกอ.กล่าวแนวทางการแก้ไขปัญหานักศึกษาป.บัณฑิต ศูนย์นอกที่ตั้งที่ไม่ได้รับการรับรองจาก สกอ.ว่า คณะกรรมการควบคุมฯ ซึ่งทำหน้าที่สภา มอส.ต้องพิจารณาตัดสินก่อนว่าจะอนุมัติหรือไม่ หากตัดสินใจแล้วว่าอนุมัติย้อนหลังแล้วผิดกติกาที่กำหนดไว้ จึงจะเสนอเรื่องให้ กกอ.พิจารณา ซึ่ง กกอ.ก็จะพิจารณาอนุมัติเป็นรายบุคคล และจะถือเป็นกรณีเฉพาะของ มอส.แห่งเดียวเท่านั้น ไม่ผูกมัดกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 07 มิ.ย. 54   อ่าน 30562 ครั้ง      คำค้นหา :