การศึกษา : ’ตัดเกรด-ลวนลาม น.ศ.’ ถึงเวลา...ยกเครื่อง ’อาจารย์’
การศึกษา : 'ตัดเกรด-ลวนลาม น.ศ.' ถึงเวลา...ยกเครื่อง 'อาจารย์'
นี่คงไม่ใช่เหตุการณ์ฉาวที่เกิดขึ้นครั้งแรก จากกรณีที่กลุ่ม เครือข่ายพิทักษ์สิทธินิสิตนักศึกษา นำโดย น.ส.จันทรา ภูผิวนาค รองประธานคณะกรรมการเครือข่ายฯ ได้ออกมาแฉผ่านเวทีสัมมนา และยังได้ร้องเรียนผ่านไปทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในกรณีการให้เกรดนักศึกษาที่ไม่ยุติธรรมของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) แห่งหนึ่ง ที่ตัดเกรดตามความสวยของนักศึกษา และรวมไปถึงกรณีอาจารย์ลวนลามลูบต้นขา และจับหน้าอกนักศึกษาสาวๆ ต่อเมื่อมีการตรวจสอบก็พบว่านักศึกษาที่ถูกลวนลาม เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) โดยมีนักศึกษาชั้นปีที่ 5 มร.สส. คนหนึ่งออกมาระบุว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์ หลักสูตร 5 ปี มร.สส. ในรายวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งได้รับความไม่เป็นธรรมในการให้เกรด ทั้งที่ตั้งใจเรียนมาตลอด และเป็นคนที่ค่อนข้างเรียนดี แต่รายวิชานี้กลับได้คะแนนเพียง c- หรือคิดเป็นเกรด 1.75 เท่านั้น ส่งผลให้คะแนนรวมของตนไม่ได้รับเกียรตินิยมอันดับสองตามที่ควรจะได้รับ จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นการให้เกรดที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะตนเท่านั้น เพื่อนหลายคนก็คิดเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเรียกร้องความเป็นธรรมในเรื่องการตัดเกรดได้หรือไม่ เพราะเรื่องผ่านมาถึง3 ปีแล้ว ด้าน นายช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดี มร.สส. ออกมาระบุว่า จะไม่มีการช่วยเหลืออาจารย์ที่ตัดเกรดตามความสวย หรืออาจารย์ที่ลวนลามนักศึกษาสาวๆ แน่ และหากเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยจริง ทุกคนมีศักดิ์ศรี มีศักยภาพเท่ากัน ใครทำผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มีใครหลีกเลี่ยงกฎระเบียบ ข้อบังคับ และจรรยาบรรณของอาจารย์ได้ เพราะการ แก้เกรด ตัดเกรดที่ไม่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมของอาจารย์ที่ส่อไปทางล่วงละเมิดทางเพศ ถือว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรงอย่างมาก ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์อีกต่อไป ยิ่งเป็นอาจารย์สอนด้านคณะครุศาสตร์ ผลิตบัณฑิตเพื่อจะเป็นครูหากครูสอนครูไม่ดี แล้วเด็กจะเป็นอย่างไร ที่สำคัญเรื่องนี้ทางมหาวิทยาลัยจะไม่ปล่อยปละละเลย จะเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงทันทีที่ได้รับข้อมูลจากนักศึกษา โดยจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอาจารย์ที่ถูกร้องเรียน และหากตรวจสอบแล้วพบอาจารย์กระทำผิดจริงจะลงโทษโดยเชิญออก หรือไล่ออก เพราะถือว่าทำผิดวินัยร้ายแรง ทั้งนี้ แม้ข้อร้องเรียนของเครือข่ายพิทักษ์สิทธินิสิตนักศึกษาจะยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อที่จะเอาผิดกับอาจารย์ที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม แต่ก็ต้องยอมรับว่ากรณีการลวนลามนักศึกษา การตัดเกรดที่ไม่เป็นธรรมของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ เกิดขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่ว่าจะมีการร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปตรวจหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงข่าวที่มีการจับกลุ่มพูดคุย หรือวิพากษ์วิจารณ์ภายในมหาวิทยาลัยเอง ในขณะที่การเข้าไปกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษานั้น จะต้องมีการร้องเรียนจึงจะไปดำเนินการได้ ตามที่ นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ยอมรับว่า ยังไม่มีนักศึกษาคนใดมาร้องเรียนกับ สกอ. จึงยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ แต่นักศึกษาสามารถแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้ด้วย ซึ่งนักศึกษาต้องกล้าดำเนินการตามขั้นตอน เพราะที่ผ่านมาหลายคนเข้าใจผิดว่าอาจารย์เป็นผู้ที่มีอำนาจ หากทำอะไรแล้ว ก็อาจกระทบกับผลการเรียนของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่าการที่นักศึกษาได้รับความไม่เป็นธรรมในกรณีการถูกลวนลาม การให้เกรดที่ไม่ยุติธรรมนั้น น่าจะมีจำนวนมากกว่าที่มีการร้องเรียน เพียงแต่มีนักศึกษาน้อยคนนักที่จะกล้าออกมาร้องเรียน เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบต่างๆ โดยเฉพาะการเกิดปัญหากับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งล่าสุด น.ส.จันทรา ภูผิวนาค รองประธานคณะกรรมการเครือข่ายฯ ออกมาเปิดเผยว่า ภายหลังจากที่นักศึกษายื่นเรื่องต่อเครือข่ายฯและปรากฏเป็นข่าวตามสื่อมวลชนแขนงต่างๆมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของนักศึกษาทั้ง 5 กรณี ได้พยายามสืบหาตัวน้องๆ ที่ออกมาร้องเรียน บางแห่งก็พบ และต่อว่านักศึกษาว่าทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียงทำให้น้องๆ เกิดความหวาดกลัว หากมาดูบทลงโทษที่มหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่งได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของสภามหาวิทยาลัยนั้น ถือว่ามีบทลงโทษที่รุนแรง อย่างกรณีการล่วงละเมิดทางเพศ ประพฤติชู้สาวกับนิสิต นักศึกษา การแก้ไขผลการเรียนหรือผลการสอบของนิสิต นักศึกษาโดยมิชอบ ได้ให้อำนาจอธิการบดี หรือผู้บังคับบัญชา สั่งลงโทษไล่ออก หรือปลดออก หากมีการสอบสวนทางวินัยแล้วพบว่ามีความผิดจริง ดังนั้น ปัญหาที่สำคัญน่าจะอยู่ที่การเอาจริงเอาจังของทางมหาวิทยาลัยราชภัฏที่จะกวดขันลงโทษอาจารย์ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว และที่สำคัญจะต้องมีมาตรการเชิงรุกไม่รอให้เกิดเรื่องก่อนแล้วถึงจะเข้ามาแก้ไข สอดคล้องกับข้อเสนอของ ครูหยุย นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก สะท้อนว่าความจริงได้ข่าวลักษณะนี้มาเป็นระยะๆ แล้ว แต่บรรดาคนในวงการศึกษาก็จะนิ่ง เพราะถือหลักว่าหากนิ่งทุกอย่างจะเงียบไปเอง แต่เรื่องที่นักศึกษาออกมาร้องเรียน สกอ. ถือเป็นเรื่องที่ดีและที่สำคัญผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะต้องรับฟังนักศึกษา และ สกอ. ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ควรตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หรือการสอบสวนทางวินัยในเรื่องนี้และควรตั้งคนนอกเข้าไปตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาการตั้งกรรมการสอบมักจะตั้งคนกันเองเข้าไปสอบ สิ่งสำคัญ อยากเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ หรือมหาวิทยาลัยอื่นๆควรจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ไม่ใช่เมื่อเด็กร้องมา ก็ต้องบอกว่าจะต้องมีหลักฐานถึงจะเข้าไปตรวจสอบ คงถึงเวลาแล้วที่จะต้อง ยกเครื่องครูบาอาจารย์ในรั้วมหาวิทยาลัย เพราะปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ถือเป็นปัญหาที่มองข้ามไม่ได้ แม้จะเป็นอาจารย์เพียงกลุ่มน้อยที่มีพฤติกรรมลวนลามนักศึกษา ให้เกรดไม่ยุติธรรม แต่หากไม่เข้ามาใส่ใจในปัญหาแล้ว ย่อมจะส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือในแวดวงมหาวิทยาลัยราชภัฏ อย่างแน่นอน!! ยิ่งในยุคที่จะมีการผลักดันให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐด้วยแล้ว คงจะตอบคำถามสังคมได้ยาก... หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ และปล่อยให้คนเหล่านี้อาศัยความเป็น อาจารย์ ทำมาหากิน หรือใช้ช่องเอารัดเอาเปรียบนักศึกษา ก็จะยิ่งทำให้สถาบันอุดมศึกษาไทย ถอยหลังสู่...ความเสื่อมในที่สุด!!
--มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 16 - 22 มี.ค. 2555-- |
|
โพสเมื่อ :
16 มี.ค. 55
อ่าน 12104 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |