เปิดเสรีการค้าบริการการศึกษาอาเซียนระเบิดเวลาธุรกิจการศึกษาไทย




      

เปิดเสรีการค้าบริการการศึกษาอาเซียนระเบิดเวลาธุรกิจการศึกษาไทย

           ไทยที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน และการเปิดเสรีการค้าบริการภายใต้ข้อตกลงเรื่องการเปิดเสรีภาคการค้าบริการตามหลักการของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แม้ว่าการค้าสาขาบริการการศึกษาจะยังไม่ใช่สาขาเร่งรัด (PIS)ตามแผนงานการเปิดเสรีภาคการค้าบริการที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องยกเลิกข้อจำกัดทางการค้าบริการทั้งหมดภายในปี 2558
          แต่ภายในปี 2558 สาขาบริการการศึกษาก็จำเป็นต้องเดินไปตามกรอบของข้อตกลง ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้กำหนดท่าทีการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาในอาเซียน โดยได้ให้มีข้อตกลงผูกพันแบบไม่มีเงื่อนไขในแบบที่ 1 และ 2 กล่าวคือ ให้เปิดบริการข้ามพรมแดนผูกพันโดยไม่มีเงื่อนไข ให้มีการบริโภคบริการในต่างประเทศผูกพันโดยไม่มีเงื่อนไข
          ส่วนแบบที่ 3 หรือ Mode 3 นั้นเป็นการผูกพันแบบมีเงื่อนไข กล่าวคือให้จัดตั้งธุรกิจเพื่อให้บริการโดยให้ผู้ประกอบการต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% และกรรมการสภาสถาบันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชนพ.ศ. 2546
          ส่วนรูปแบบที่ 4 มีท่าทีว่าไม่ให้ผูกพันในเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคลากร
          อย่างไรก็ตาม การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนจะทำให้การเคลื่อนย้ายกำลังคนนักศึกษา บุคลากรทางการศึกษาเป็นไปโดยสะดวกมากขึ้น และการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการศึกษาจะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายองค์ความรู้ ภาษา และวัฒนธรรมระหว่างกัน ภาคอุดมศึกษาจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าว
          ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ตระหนักถึงผลกระทบของการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนต่ออุดมศึกษาไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) ให้ความสำคัญในฐานะที่เป็นปัจจัยโดยตรงต่อการจัดการอุดมศึกษา
          จึงเป็นที่มาของยุทธศาสตร์อุดมศึกษาไทยในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจัดทำขึ้นจากผลการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ การระดมความเห็นจากกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ โดยยึดตามกรอบการพัฒนาของอาเซียน โดยเฉพาะการเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย
          ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตให้มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล
          ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาความเข้มแข็งของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาประชาคมอาเซียน
          ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมบทบาทของอุดมศึกษาไทยในประชาคมอาเซียน
          ภาษา อุปสรรคการแข่งขัน
          แม้รัฐบาลไทยจะมีนโยบายประกาศตัวเป็น ศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคหรือ ฮับการศึกษาประกาศประลองความเป็น ฮับ กับมาเลเซีย แต่เมื่อต้องก้าวเข้าไปผูกพันในตลาดเสรีตามแผนการสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ทั่วทั้งภูมิภาคจะเป็นตลาดเดียวกัน มีแรงงานเคลื่อนย้ายข้ามไปมากันได้ และการก่อตั้งธุรกิจในต่างประเทศ โดยมีการคุ้มครองจากหลักการปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง หรือ MFN (MostFavoured Nation Treatment) ยิ่งทำให้ตลาดการศึกษาระหว่างสถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชนในภูมิภาคนี้น่าจะคึกคักและตื่นเต้นไม่น้อย
          อย่างไรก็ตาม ดร.สุนีย์ จุไรสินธุ์ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารนโยบายเปิดเสรีการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ยืนยันว่า การแข่งขันที่จะเกิดขึ้นหลังเปิดเสรีการค้าภาคบริการด้านการศึกษา น่าจะไม่มีผลกระทบกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐมากเท่ากับสถาบันการอุดมศึกษาเอกชน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีคุณภาพและมีความสามารถด้านภาษาที่ดีกว่าทรัพยากรมนุษย์ของไทย
          ขณะที่ ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้แทนสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทยระบุว่า ปัจจุบันอินโดนีเซียได้มีการปรับตัวและเดินเกมรุกกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งเห็นได้จากล่าสุด อินโดนีเซียได้ปรับแก้กฎหมายด้านการศึกษาเพื่อให้สอดรับกับการตั้งเป็นประชาคมอาเซียน พร้อมกับกำหนดให้มีการเรียนการสอนในระดับชั้นการศึกษาขั้นพื้นฐานในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
          ส่วน ดร.ฉันทวิทย์ สุชาตานนท์ผู้แทนสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ระบุว่า ที่มาเลเซีย สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ต่างใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการทั้งนั้น และถ้าบวกประชากรทั้ง 3 ประเทศรวมกันก็จะมีมากถึง 120 ล้านคน นั่นหมายถึงแรงงานของทั้ง 3 ประเทศที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษจะสามารถโยกย้ายเข้ามาแข่งขันทำงานในประเทศใดก็ได้ในภูมิภาค และบัณฑิตไทยที่จบจากสถาบันอุดมศึกษาปีละ 3 แสนคนในเวลานี้จะหางานกันอย่างไร นั่นเป็นสิ่งที่กำลังท้าทายเราอยู่
          สมรรถนะการศึกษาไทยน่าห่วง
          ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ ได้ชี้ให้เห็นเรื่องน่าเป็นห่วงของภาคการศึกษาไทยเมื่อต้องรวมเป็นประชาคมอาเซียนว่าจากผลการจัดอันดับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกทั้งหมด 57 ประเทศ ในปี 2552 โดยสถาบันการพัฒนาการจัดการศึกษานานาชาติหรือ IMD พบว่าภาพรวมประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 26 ขณะที่ภาพรวมสมรรถนะด้านการศึกษาไทยอยู่ในอันดับที่ 47
          อีกด้านเมื่อเปรียบเทียบสมรรถนะความสามารถในการแข่งขันเพื่อสะท้อนสถานภาพการศึกษาของประเทศไทยยังพบด้วยว่า ผลสัมฤทธิ์ของการอุดมศึกษาไทยมีผู้จบระดับอุดมศึกษาเพียง 18%อยู่ในอันดับที่ 43 และความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของไทยยังด้อยคืออยู่ในอันดับที่ 51
          ด้านประสิทธิภาพการจัดการศึกษาพบว่างบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)อยู่ที่ 4.4% และรายจ่ายด้านการศึกษาต่อหัวอยู่ที่ 165 ดอลลาร์สหรัฐ มีอันดับที่ 52
          การถ่ายโอนความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ ได้อันดับที่ 32 และการจัดการศึกษาที่สนองตอบความต้องการของภาคธุรกิจ ได้อันดับที่ 23
          ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีมาตรการที่ควรดำเนินการเพิ่มเติมแก้ไขปัญหา เตรียมความพร้อม เมื่อต้องเปิดเสรีภาคการค้าบริการด้านการศึกษา และการเป็นตลาดเดียวกันทั่วอาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้าด้วยมาตรการ อาทิ ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยให้มีระบบวัดผลการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพ
          การส่งเสริมการผลิตและพัฒนาอาจารย์ด้านการสอนภาษาอังกฤษ ภาษาของประเทศสมาชิกอาเซียน การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาของประเทศสมาชิกอาเซียน ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน การวิจัยด้านอาเซียน การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา สนับสนันการถ่ายโอนหน่วยกิตระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
          พร้อมกับการส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้นักศึกษาไทยได้แสดงความสามารถในเวทีระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในเวทีอาเซียน เป็นต้น
          การเตรียมตัวเองให้พร้อม สร้างเยาวชนที่มีความสามารถ เพื่อรับกับสังคมพหุวัฒนธรรมให้ได้ จึงจะเป็นทางออกสำหรับการพัฒนาประเทศ การอยู่ร่วมกับคนในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างเท่าเทียมและมั่งคั่งไปพร้อมกันได้

         

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 2 - 5 ธ.ค. 2553-



โพสเมื่อ : 01 ธ.ค. 53   อ่าน 10794 ครั้ง      คำค้นหา :