มสด. เตรียมออกนอกระบบ ปี ’54 เผยได้งบปีละ 500 ล้าน ไม่ต้องปรับค่าเทอม




      

มสด. เตรียมออกนอกระบบ ปี '54 เผยได้งบปีละ 500 ล้าน ไม่ต้องปรับค่าเทอม

          มสด. เตรียมออกนอกระบบปี '54 เร่งจัดการบริหารงานให้คล่องตัว หลังได้งบประมาณปีละ 500 ล้านบาท ยันค่าเทอมยังไม่ปรับขึ้นแน่นอน หลังตรวจสอบผู้เรียนน้อยลด แต่สถาบันการศึกษากลับเพิ่ม-สาขาวิชาน่าสนใจมากขึ้น
          นายศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎทั่วประเทศ (ทปอ.มรภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมทปอ.มรภ.ทั่วประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการหารือถึงกรณีอาจารย์ที่ลาไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกแต่ไม่จบตามกำหนด เป็นสาเหตุให้ภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากว่า ที่ประชุมได้ขอให้แต่ละแห่งไปสำรวจจำนวนอาจารย์ที่ลาไปเรียนต่อทั้งในระดับป.โทและป.เอกว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และใช้งบประมาณเฉลี่ยต่อคนต่อปีมากน้อยแค่ไหน และมีจำนวนเท่าไหร่ที่เรียนไม่จบตามกำหนดและสร้างความสูญเสียงบประมาณมากน้อยแค่ไหน ซึ่งโดยปกติแต่ละแห่งจะมีข้อกำหนดอยู่แล้วว่าอาจารย์ที่ขอลาเรียนและไม่จบตามกำหนดจะต้องกลับมาชดใช้ทุน แต่ยังไม่มีมาตรการเร่งรัดให้ผู้ที่ลาไปเรียน เรียนจบตามกำหนดในภาพรวมซึ่งหลังจากได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วก็จะต้องมากำหนดมาตรการเร่งรัดร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียงบประมาณต่อไป
          การลาไปเรียนต่อป.โทหรือป.เอกเป็นเรื่องที่ใช้เวลาค่อนข้างยาว ซึ่งก็อาจมีอาจารย์บางคนที่ละเลยไม่รีบเรียนให้จบตามกำหนด สำหรับในส่วนของมสด.เองที่ผ่านมาก็มีทั้งที่ลาไปเรียนแล้วจบและไม่จบจำนวนหนึ่ง แต่ปัจจุบันยังมีอยู่อีก 10 กว่ารายที่ยังเรียนไม่จบแต่ยังถือว่าอยู่ในระยะเวลาที่กำหนด สำหรับงบประมาณของมสด.ที่ให้ทุนสำหรับอาจารย์นั้นระดับป.โทจะอยู่ที่ 5-6 แสนบาท/คน ป.เอกอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท/คน ซึ่งต่อไปก็คงต้องเร่งรัดการเรียนของเขาให้จบตามกำหนดด้วยนายศิโรจน์กล่าวและว่า ส่วนงบประมาณที่รัฐต้องสูญเสียให้กับอาจารย์ที่ลาไปเรียนต่อจะมากน้อยแค่ไหนนั้น ตนไม่แน่ใจต้องรอให้แต่ละแห่งสรุปตัวเลขในภาพรวมก่อน
          นายศิโรจน์กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนสถานะมาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐหรือม.นอกระบบในส่วนของมรภ.ทั่วประเทศด้วย โดยขณะนี้ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษากลุ่มใหม่ไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐขึ้นเพื่อพิจารณาความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการออกนอกระบบโดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีความพร้อมจะออกนอกระบบ โดยจะต้องไปดูว่ากลุ่มนี้ต้องการให้รัฐบาลจะสนับสนุนอะไรเพิ่มบ้าง กลุ่มที่ยังไม่พร้อมและจะต้องเตรียมความพร้อมโดยพัฒนาตนเองต่อไปอีกระยะหนึ่ง และกลุ่มสุดท้ายคือไม่ต้องการออกนอกระบบ ต้องการเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ ก็จะต้องดูว่าจะขอความช่วยเหลือกับรัฐบาลเรื่องใด เช่น ขออัตราเกษียณคืน ซึ่งที่ประชุมได้ขอให้แต่ละแห่งไปสำรวจความพร้อมของตนเองว่าอยู่ในกลุ่มใดเพื่อนำข้อสรุปเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯชุดดังกล่าวอีกครั้ง
          อย่างไรก็ตามในส่วนของมสด.เองนั้นขณะนี้มีความพร้อมจะออกนอกระบบแล้วและคาดว่าจะเสนอร่างพ.ร.บ.มสด.ได้ในปี 2554 นี้ เนื่องจากขณะนี้บุคลากรส่วนใหญ่ในมสด.เป็นพนักงานราชการอยู่แล้ว มีที่เป็นข้าราชการอยู่จำนวนไม่มาก เราเชื่อว่าหากออกนอกระบบก็จะทำให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัวมากขึ้น อีกทั้งงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลขณะนี้ก็ถือว่ายังไม่เพียงพอ โดยในส่วนของมสด.ได้งบประมาณปีละ 500 ล้านบาทซึ่งถือว่ามากที่สุดในกลุ่มของมรภ.แต่งบประมาณส่วนใหญ่จะหมดไปกับค่าใช้จ่ายเรื่องเงินเดือนของบุคคลากร ส่วนข้อกังวลว่าเมื่ออกนอกระบบแล้วจะมีการปรับค่าเล่าเรียนให้สูงขึ้นนั้น ยืนยันว่าค่าเทอมยังคงไม่ปรับขึ้นแน่นอนเพราะขณะนี้จำนวนผู้เรียนในสถาบันอุดมศึกษาลดลง ขณะที่จำนวนสถาบันการศึกษาเพิ่มขึ้นทำให้นักศึกษามีตัวเลือกเพิ่มขึ้น และหากขึ้นค่าเทอมแพงเกินไปก็อาจจะไม่มีผู้เข้าเรียน หรือหากจะเพิ่มก็ต้องเป็นไปตามสภาวะทางเศรษฐกิจซึ่งก็จะต้องมีการแจ้งล่วงหน้า

Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)



โพสเมื่อ : 04 ต.ค. 53   อ่าน 16287 ครั้ง      คำค้นหา :