ปลัดศธ.ชงฟื้น’ตกซ้ำชั้น’รบ.ใหม่แก้ปัญหาเด็กอ่านเขียนไม่คล่อง




      

ปลัดศธ.ชงฟื้น'ตกซ้ำชั้น'รบ.ใหม่แก้ปัญหาเด็กอ่านเขียนไม่คล่อง

 

          เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่โรงแรมเอสดีอเวนิว กรุงเทพฯ นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของ ศธ.ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) ว่าในแผนพัฒนาฯฉบับที่ 11 ยังยึดหลัก คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เช่นเดิม และจากการประเมิน พบว่ามีปัญหาใหญ่ที่ต้องเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ไข 3 เรื่อง คือ 1.ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดเลขไม่เป็นเพราะแม้แต่เด็กที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 บางแห่งยังอ่านเขียนไม่คล่อง ซึ่งตนถือเป็นเรื่องอัปยศมาก สาเหตุหนึ่ง เป็นเพราะระบบประเมินและวัดผลในภาพรวมของทุกสังกัดน่าจะมีปัญหา ระเบียบของแต่ละสังกัดรวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ที่ผ่อนผันให้นักเรียนที่สอบตกมาสอบซ่อมและถ้าได้เกรด1 ก็ให้ผ่านแทบจะอัตโนมัติ ทั้งที่ความจริงเด็กอาจจะยังมีปัญหาอยู่ สุดท้ายเด็กก็จะได้เลื่อนชั้นไปเรื่อยๆ ทั้งที่มีปัญหาสะสมติดตัวจนกระทั่งจบ ม.3 ก็ยังอ่านไม่ออก เขียนไม่คล่อง ดังนั้น หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดจะต้องมานั่งคุยกันเพื่อปรับรื้อระบบประเมินและวัดผลให้สามารถประเมินผลสัมฤทธิ์ได้อย่างแม่นยำ และต้องมีระบบเรียนซ้ำชั้นได้เหมือนมหาวิทยาลัย หากผู้เรียนสอบไม่ผ่านวิชาใด ก็ต้องลงทะเบียนใหม่ในปีการศึกษาหน้า
          ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า 2.จะเสนอให้รัฐบาลยกเว้นการใช้มาตรการจำกัดกำลังคนภาครัฐกับ ศธ.เพื่อเปิดช่องให้ ศธ.ขออัตรากำลังเพิ่มขึ้นได้ เพราะที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัญหาขาดครูต่อเนื่องมาหลายปี และที่สำคัญครูประจำการส่วนใหญ่ จะเป็นครูที่สูงอายุ ทำให้ขาดแคลนครูรุ่นใหม่ ที่ผ่านมารัฐบาลช่วยแก้ปัญหาด้วยการคืนอัตราเกษียณอายุราชการให้ศธ. 100% เป็นเวลาต่อเนื่องมา 3 ปีแล้วทำให้ ศธ.ได้อัตราครูเท่าเดิมแต่ไม่สามารถชดเชยอัตราที่ขาดแคลนได้ ฉะนั้น น่าจะมีการคุยกับทุกองค์กรหลักเพื่อหาข้อมูลให้ได้ว่าต้องเพิ่มครูเท่าไรและเสนอรัฐบาลเพื่อขออัตราครูเพิ่ม ส่วนครูประจำการ จะต้องอบรมให้ความรู้และ 3.คือการจัดการศึกษาตลอดชีวิต เดิมคนเข้าใจว่าการศึกษาเป็นเรื่องของคนในวัยตั้งแต่6-20 ปี แต่ปัจจุบันอัตราการเกิดของประชากรลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น ดังนั้นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตจึงมีความจำเป็นซึ่งไม่ได้หมายความเพียงแค่ในระดับ กศน.เท่านั้น แต่หมายถึงระดับอาชีวศึกษาและระดับอุดมศึกษา ที่จะต้องมาคิดว่าจะทำเช่นไรจึงจะพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งต้องร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการ ในการเพิ่มจำนวนผู้จบระดับอาชีวะให้มากขึ้น

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 28 ก.ค. 54   อ่าน 91533 ครั้ง      คำค้นหา :