กกอ.เล็งคุมกำเนิดมหา’ลัยเอกชน หวั่นแข่งรับเด็ก - จัดขาดคุณภาพ
กกอ.เล็งคุมกำเนิดมหา'ลัยเอกชน หวั่นแข่งรับเด็ก - จัดขาดคุณภาพ
รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในหลักการการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยการหลอมรวม ยุบรวมสถาบันอุดมศึกษา เนื่องจากการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งใหม่ก่อให้เกิดปัญหาความซ้ำซ้อน ขาดคุณภาพและประสิทธิภาพ ประกอบกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีอยู่ก็สามารถรองรับจำนวนนิสิต นักศึกษา ในปัจจุบันได้อยู่แล้ว อีกทั้งแนวโน้มจำนวนนิสิต นักศึกษาในอนาคตอาจจะลดลง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐเพิ่มอีก แต่ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ยังไม่มีนโยบายในการกำกับการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จึงทำให้มีปัญหาในการแข่งขัน ปัญหาคุณภาพของบัณฑิต และระบบการบริหารจัดการมุ่งหวังผลกำไรทางธุรกิจ รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนยังไม่ได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ที่กำหนดให้เอกชนร่วมจัดการศึกษา เพื่อให้ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและมีงานทำตรงตามสาขาที่ประเทศต้องการ รวมทั้งช่วยแบ่งเบาภาระการลงทุนจัดการศึกษาของภาครัฐ ดังนั้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพัฒนานโยบายการจัดตั้งหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนขึ้น โดยมีตนเป็นประธาน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้จะทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ การดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในภูมิภาคอาเซียนและให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการในการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่ง กกอ.หวังว่านโยบายดังกล่าวจะทำให้การผลิตบัณฑิตของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนมีคุณภาพมากขึ้น และแข่งขันกับสถาบันอุดม ศึกษาในอาเซียนได้ การที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ต้องเร่งทำเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาแล้วจึงมาตามแก้ไขภายหลัง เหมือนที่ทำอยู่ในมหาวิทยาลัยบางแห่งขณะนี้ อย่างไรก็ตามในช่วงนี้หน่วยงานเอกชนจะขอจัดตั้งหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนก็ยังสามารถทำได้ แต่การดำเนินการทั้งหมดต้องเป็นไปตามระเบียบและมาตรฐานที่ สกอ.กำหนด และมีเป้าหมายชัดเจน เช่น เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย ซึ่งระหว่างนี้มีเอกชนที่ขอเปลี่ยนประเภทและจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนใหม่มาที่ สกอ.จำนวน 10 แห่ง ซึ่ง สกอ. ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รศ.นพ.กำจร กล่าวและว่า ที่ผ่านมามีหน่วยงานเอกชนหลายแห่งเริ่มสนใจและให้การสนับสนุนด้านการศึกษามากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เช่น สถาบันอุดมศึกษาบางแห่งจะให้ทุนตั้งแต่เริ่มเรียน จบแล้วมีงานให้ทำเลย ซึ่งเป็นการผลิตบุคลากรเฉพาะทาง ข้อดี คือ มีงานทำเลย แต่ข้อเสีย คือ เด็กจะมีความรู้เฉพาะทางเท่านั้น เวลาเปลี่ยนงานอาจจะลำบาก.
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ |
|
โพสเมื่อ :
16 ต.ค. 55
อ่าน 1844 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |