สอศ.เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน เดินหน้าพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้
สอศ.เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน เดินหน้าพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้
ทักษิณ อรุณ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ และนักศึกษาจากประเทศอินโดนีเซียกว่า 150 คน ตามโครงการความร่วมมือ (MOU) กับต่างประเทศในการพัฒนาการอาชีวศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเดือน ส.ค. 53 ที่โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท อ.สิงหนคร จ.สงขลา จนส่งผลต่อความร่วมมือที่มีต่อกันเรื่อยมาถึงปัจจุบัน ทำให้ในปีนี้ สอศ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ภายใต้ชื่อโครงการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมพร้อมศักยภาพเยาวชนไทยสู่ประชาคมอาเซียน School Partnership Program ไทย-อินโดนีเซียTVET Camp 2012 ระหว่างวันที่ 20 เม.ย.-12 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่เมืองบาหลี เมืองสุราบายา และเมืองยอร์คยากาต้า ประเทศอินโดนีเซีย นายปรีชา เวชศาสตร์ ผอ.ศูนย์พัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คณะผู้บริหาร คณะครู รวมทั้งนักศึกษาได้มาพบปะ และร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษา ทั้งวิชาชีพในสาขาช่าง เช่น ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า และช่างอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งสาขาอื่น ๆ โดยเฉพาะอิสลามศึกษา ภาษาอังกฤษ และภาษามลายู รวมไปจนถึงเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางด้านการศึกษาวิชาชีพระหว่างประเทศไทยกับประเทศอินโดนีเซีย โดยในครั้งนี้มีคณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ และนักศึกษาอาชีวศึกษา จาก 17 วิทยาลัย ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา คือ อ.จะนะ เทพา นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย เข้าร่วมโครงการจำนวน 93 คน แบ่งเป็นผู้บริหาร 6 คน ครูผู้ควบคุม 32 คน และนักศึกษา 55 คน ซึ่งหลังจากที่คณะผู้บริหารของ สอศ.เดินทางไปนิเทศก์ติดตามผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวระหว่างวันที่ 4-7 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประเทศอินโดนีเซีย พบว่าการดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น ประเทศอินโดนีเซียให้การดูแลและเอาใจใส่กับคณะผู้เข้าร่วมโครงการจากประเทศไทยเป็นอย่างดีทุกคน และที่เห็นได้ชัดคือพัฒนาการของนักศึกษาไทย โดยเฉพาะทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ด้าน นายประเสริฐ แก้วเพชร ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า นักศึกษาไทยที่เข้าร่วมโครงการมีความสุขมาก เพราะได้รับประสบการณ์เพิ่มขึ้น ทั้งด้านวิชาการ การเรียนรู้วิถีชีวิต และวัฒนธรรม รวมทั้งเทคโนโลยี และภาษาที่ได้ศึกษา ทั้งอังกฤษและบาฮาซา ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติของอินโดนีเซีย ซึ่งจากความสำเร็จดังกล่าว ทางคณะผู้บริหารของ สอศ. จะร่วมกันหารือในการแลกเปลี่ยนครูระหว่าง 2 ประเทศ และมีการเพิ่มระยะเวลาของโครงการให้เป็น 1 ภาคเรียน หรือ 1 ปีการศึกษา และในช่วงปลายเดือนมิ.ย. 2555 นี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับคณะจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีทั้งคณะผู้บริหาร ครู และนักศึกษาแลกเปลี่ยน โดยจะมาทำกิจกรรมที่คล้ายคลึงกันด้วย ขณะที่ นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ อดีตเลขาธิการ สอศ. ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ และร่วมเดินทางไปกับคณะในครั้งนี้ด้วย เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจที่ผู้บริหารสถานศึกษาของประเทศอินโดนีเซียที่ให้ความสนใจ และให้ความร่วมมือกับโครงการดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งนักศึกษาของไทยจะได้รับความรู้และทักษะชีวิตในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่นักศึกษาไทยจำเป็นจะต้องเรียนรู้ และศึกษาวิถีชีวิต รวมทั้งวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนในแต่ละสถาบัน ที่จะมีการเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น.
--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 25 พ.ค. 2555 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
24 พ.ค. 55
อ่าน 2548 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |