|
|
ชูศักยภาพการศึกษาไทย บนเวที 'ยูเนสโก' สุพัด ทีปะลา ปิดฉากรูดม่านไปแล้วกับการประชุม สมัยสามัญขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 5-20 พฤศจิกายน ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส การประชุมสมัยสามัญฯจัดขึ้นทุกๆ สองปี มีผู้นำจากประเทศสมาชิกยูเนสโก เข้าร่วมจำนวนมาก ในส่วนของประเทศ ไทยนั้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิบัติ หน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก เป็นตัวแทนของรัฐบาลเข้าร่วมประชุมพร้อมด้วย นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัด ศธ. และ น.ส.จุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัด ศธ.ช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ไฮไลต์ของงานนี้ คือ การที่ผู้แทนแต่ละประเทศขึ้นกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมเต็มคณะ ที่มี นางอิรินา โบโควา ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก เป็นประธาน และในปีนี้มีรัฐมนตรีด้านการศึกษา วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ 20 กว่าประเทศขึ้นกล่าวถ้อยแถลงคนละ 6 นาที นายจาตุรนต์ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงเป็นลำดับต้นๆ และได้เน้นย้ำว่า ประเทศ ไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศทั่วโลกที่เริ่มขับเคลื่อนเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชน ตั้งแต่ปี 2533 และยังคงดำเนินนโยบายในการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ครอบคลุมและสร้างสรรค์อย่างแท้จริง ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูงด้านการศึกษาเพื่อปวงชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปี 2557 ซึ่งจะมีการคัดเลือกบทเรียนที่ดีจากการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนในภูมิภาคนี้มานำแสดง รวมทั้งจะมีการนำเสนอหัวข้อที่เป็นประเด็นและเป้าหมายสำคัญสำหรับการจัดการศึกษาของโลกภายหลังจากปี 2558 รัฐบาลไทยมีนโยบายสำคัญในการเพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน นโยบายของรัฐบาลด้านการศึกษาเน้นที่การจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมและการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพของปัจเจกชน ชุมชน ประเทศ และภูมิภาค ในปี 2557 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาจำนวน 17,286 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 20.5 ของงบประมาณรายจ่ายของประเทศ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการผลิตแรงงานที่มีคุณภาพในระดับสูง เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม เป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย คือ การเพิ่มการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อให้เด็กมีโอกาสเรียนและคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ขณะที่รัฐมนตรีจากประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ได้นำเสนอปัญหาและการผลักดันขับเคลื่อนงานการศึกษาของประเทศตนเอง และพร้อมที่จะช่วยกันขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตามแนวทางของยูเนสโก การประชุมยูเนสโกคราวนี้มีการประชุมคณะกรรมาธิการย่อยด้านต่างๆ คณะกรรมาธิการด้านการศึกษา เป็นหนึ่งในหลายคณะได้มีการอภิปรายในหลายๆ เรื่อง ซึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจกันมากคือ อนาคตทางการศึกษาภายหลังปี 2558 การนำเสนอการดำเนินงานของยูเนสโกเกี่ยวกับทศวรรษด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และการรู้หนังสือแห่งสหประชาชาติ งานนี้ นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัด ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายการศึกษาของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้กล่าวในที่ประชุมว่า แม้จะมีความก้าวหน้าของการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการศึกษาเพื่อปวงชน แต่ยังคงมีสิ่งที่ท้าทายที่สำคัญ ได้แก่ เด็กที่อยู่ในวัยประถมศึกษา 61 ล้านคน และมัธยมศึกษาตอนต้น 71 ล้านคนทั่วโลกไม่ได้อยู่ในระบบโรงเรียน นอกจากนี้ เด็กจำนวน 250 ล้านคน อ่านหนังสือไม่ออก และคำนวณไม่ได้ ประเทศไทยจึงขอส่งเสริมให้ยูเนสโกทำงานร่วมกับสหประชาชาติอื่นๆ ในการผลักดันครั้งยิ่งใหญ่ รวมทั้งการขับเคลื่อนระดับโลกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านการศึกษาเพื่อปวงชน พร้อมๆ กับการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ การศึกษาสำหรับวาระการพัฒนาภายหลังปี 2558 ประเทศไทยเห็นว่าการให้การศึกษาที่เท่าเทียม มีคุณภาพ รวมทั้งการให้ประชาชนทุกคนได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ เป็นปัจจัยสำคัญของกรอบงานสำหรับพัฒนาประเทศในอนาคต นอกจากนี้ ทักษะทางด้านการสร้างสรรค์ การสื่อสาร การแก้ไขปัญหา การพัฒนาครู และการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารจะต้องให้ความสำคัญเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อตอบสนองตลาดแรงงาน ในการนี้ประเทศไทยยังได้หยิบยกการผลักดัน งานการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ที่ประชุมได้รับทราบด้วย โดย นางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัด ศธ. ได้เสนอว่า แนวคิดของการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนค่อนข้างเป็นสากล ควรจะต้องมีการปรับใช้เพื่อให้เข้ากับบริบทของประเทศ ประเทศไทยได้นำเสนอแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับแนวคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืน มาใช้กันอย่างแพร่หลายในโรงเรียนและชุมชน อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมประชุมเวทียูเนสโกได้แสดงถึงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศของไทยทางด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมได้อย่างดี แม้เวทีจะปิดฉากไปแล้ว แต่ยังคงมีภารกิจสำคัญของไทยในการผลักดันงานการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางของยูเนสโกกันต่อไป --มติชน ฉบับวันที่ 13 ธ.ค. 2556 (กรอบบ่าย)-- |
| โพสเมื่อ : 12 ธ.ค. 56 อ่าน 1508 ครั้ง คำค้นหา : |