รายงานพิเศษ: รีแบรนด์’อาชีวะ’ครั้งใหญ่ต่อยอดการศึกษาไทยสายอาชีพ
รายงานพิเศษ: รีแบรนด์'อาชีวะ'ครั้งใหญ่ต่อยอดการศึกษาไทยสายอาชีพ
ช่วงที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)พยายามเดินหน้ายกเครื่องด้านอาชีวะด้วยโครงการปรับภาพลักษณ์ครั้งยิ่งใหญ่แสดงพลังช่างฝีมือไทยอันเป็นที่ต้องการของตลาดระดับประเทศและระดับโลก ดันน้ำดีไล่ภาพเก่านักเรียนนักเลง ปั้นฟันเฟืองเล็ก รวมพลังครั้งใหม่สู่เศรษฐกิจไทยที่เข้มแข็ง น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ.กล่าวว่า ได้เตรียมเสนอที่ประชุมครม.อนุมัติงบกลางวงเงิน 550 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดการศึกษาตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี จำนวน 400 ล้านบาท และค่าจ้างครูช่างเพิ่มเติมประมาณ 1,000 อัตรา วงเงิน 150 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนหันมาเรียนสายอาชีวะมากขึ้น ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กำลังประสานสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพื่อขออัตราบรรจุครูช่างเพิ่มเติม รวมทั้งจะประสานสำนักงานเลขาธิการคุรุสภายืดหยุ่นเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูช่าง ให้สามารถสอบบรรจุได้ทันในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 ปัจจุบันมีสถาบันอาชีวศึกษาที่ขึ้นอยู่กับสอศ.และกระทรวงศึกษาธิการ 415 แห่งและอีก 420 แห่งเป็นสถาบันเอกชน ที่ผ่านมาอาชีวศึกษาอาจจะมีภาพลักษณ์ในด้านลบจากปัญหานักเรียนตีกันแต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในบางส่วนเท่านั้น ขณะที่ศักยภาพของนักเรียนอาชีวะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า อยู่ในขั้นแนวหน้าของโลก โครงการ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงเกิดขึ้น เพื่อปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้กับการศึกษาในสายอาชีพ น.ส.นริศรา กล่าวว่า นักเรียนอาชีวะถือเป็นกลุ่มสำคัญสำหรับผลักดันระบบเศรษฐกิจไทย เปรียบเสมือนเพชรที่รอการเจียระไนที่ส่งประกายแสง ขณะที่ปัญหาของอาชีวศึกษายังมีหลายด้านโครงการนี้จะปรับโฉมอาชีวะใหม่โดยมุ่งพัฒนาใน 4 ด้านหลักประกอบด้วย ด้านการพัฒนาคุณภาพนักศึกษา ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการแสดงศักยภาพของนักศึกษาในสาขาวิชาต่างๆด้านการพัฒนาครูอาชีวะยุคใหม่ ด้านการพัฒนาสถานศึกษา และด้านการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ การปรับภาพลักษณ์ต้องเริ่มจากความเข้าใจของผู้เรียน ผู้ปกครองและคนในสังคม โดยชี้ให้เห็นว่า ช่างฝีมือไม่ได้เป็นเพียงความรู้พื้นฐานที่ทุกคนสามารถเรียนรู้เองได้ อย่างการทำอาหาร ซ่อมรถ เย็บผ้า แต่ช่างฝีมือคือ ผู้ที่มีความรู้ในสาขาวิชาอย่างถ่องแท้ สามารถใช้ในการประกอบอาชีพและต่อยอดสู่การเป็นเจ้าของกิจการ อาชีวะในปัจจุบันถือว่าเป็นสถานศึกษาที่สามารถผลิตบุคลากรป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทั้งในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับโลก แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในด้านฝีมือ ซึ่งคนไทยอาจจะมองข้ามไป โดยมองเห็นเพียงด้านลบที่มีเพียงส่วนน้อยจากสถาบันอาชีวะทั้งหมด โดยช่างฝีมือแรงงานที่มีแนวโน้มเติบโตดีมากในลำดับต้นๆ อาทิอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ช่างฝีมือด้านอัญมณี การควบคุมเรือประมงเป็นต้น ด้วยความตั้งใจของภาครัฐและการสนับสนุนของภาคเอกชนรวมทั้งการมีส่วนร่วมของคนในสังคม จะผลักดันให้โครงการนี้เป็นประตูสู่การเปิดโลกทัศน์ใหม่สำหรับอาชีวะ เพื่อต่อยอดระบบการศึกษาไทยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเส้นทางการพัฒนาชีวิตและสังคมที่ยั่งยืนต่อไป
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด |
|
โพสเมื่อ :
19 เม.ย. 54
อ่าน 42774 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |