สกอ.จ่อลากไส้ ม.เอกชนฉาว! ขายบัณฑิตครู
สกอ.จ่อลากไส้ ม.เอกชนฉาว! ขายบัณฑิตครู
เลขาธิการสกอ.ยืนยันไม่มี มวยล้มต้มคนดู กรณี ม.เอกชนฉาวขายใบประกาศ ป.บัณฑิต 4+1 แน่ เผยชง รมว.ศธ.ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เตรียมลงพื้นที่สาวไส้ผู้กระทำความผิด 11 เม.ย.นี้ มั่นใจหลักฐานที่ได้รับมอบจากคุรุสภามีความชัดเจน ขณะที่ องค์กร เรียกร้องผู้ผลิต ผู้ใช้ และผู้ควบคุมองค์กรวิชาชีพ ยกเครื่องครูทั้งระบบให้มีคุณภาพ อนาคตใครจะเป็นแม่พิมพ์ต้องเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถก่อนจึงจะได้ใบประกอบวิชาชีพ ความคืบหน้ากรณีคุรุสภาตรวจสอบพบมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู หรือ ป.บัณฑิต4+1ให้กับผู้ต้องการวุฒิโดยไม่ได้เข้าเรียนจริง เพื่อนำมาสมัครสอบครูผู้ช่วยสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบ เมื่อวันที่ 9 เม.ย. นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)เปิดเผยว่าขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับข้อมูลหลักฐานจากนายองค์กรอมรสิรินันท์เลขาธิการคุรุสภาแล้วโดยข้อมูลและหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจน ดังนั้น สกอ.จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนเสนอ รมว.ศึกษาธิการ ลงนามแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อทำหน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน5คนเพื่อเข้าตรวจสอบมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้และนายชินวรณ์ได้ลงนามแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการจะลงพื้นที่ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เลขาธิการ กกอ.กล่าวต่อว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบจะมีอำนาจเต็มที่จะเรียกดูข้อมูล คุ้มครองข้อมูลของมหาวิทยาลัย ทั้งเรียกบุคลากรที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ซึ่งรวมไปถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยด้วย ต่อข้อถามถึงข้อกังวลของเลขาธิการคุรุสภาที่ห่วงว่าเรื่องนี้จะเป็นมวยล้มนายสุเมธกล่าวว่ามั่นใจว่าจะไม่เป็นมวยล้มแน่นอน เนื่องจากหลักฐานที่คุรุสภามอบให้ค่อนข้างชัดเจน เพราะมีพยานบุคคล และระบุชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจจริงในมหาวิทยาลัย สิ่งที่ตนต้องการเพิ่มเติมคือ สภาพแวดล้อมทั่วไปที่จะมาทำให้หลักฐานสมบูรณ์ขึ้นดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายเบาใจได้ตนจะทำเรื่องนี้ให้โปร่งใส ตรงไปตรงมาตามข้อมูลหลักฐานที่ได้มา และจะรายงานต่อรมว.ศึกษาธิการต่อไป ด้านนายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่าหลังจากที่นำเอกสารไปมอบให้กับนายสุเมธ จากนี้ทาง สกอ.คงมีการตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบหาความจริง ซึ่งหลักฐานที่ตนมอบให้ก็มีทั้งเอกสารใบเสร็จรับเงินที่ออกโดยมหาวิทยาลัย รายชื่อตัวบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่สามารถเข้าไปสอบสวนหาข้อมูลได้ รวมไปถึงบัณฑิตที่ตกเป็นเหยื่อที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ทั้ง 4 คน โดยหลังจากนี้จะมีการประสานข้อมูลกับ สกอ.เป็นระยะ เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดให้ได้ ส่วนกรณีที่นายชินวรณ์จะให้ทางดีเอสไอเข้ามาสืบสวนและทำคดีนั้น คงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าใครที่จะเป็นผู้กล่าวโทษ เช่น สกอ. คุรุสภา หรือตัว รมว.ศึกษาธิการ เพราะคงต้องดูว่าใครที่เป็นผู้ที่เสียหาย ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องหันมาเอาจริงเอาจังและให้ความสำคัญกับวิชาชีพครู ทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้ และผู้ควบคุมมาตรฐานวิชาชีพ โดยในส่วนของผู้ผลิตเองต้องยกเครื่องปฏิรูประบบครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของสังคมและนานาชาติ ไม่ใช่ปล่อยให้คุรุสภามาตามจับการซื้อขายใบปริญญาปลอมแบบนี้ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นผู้ใช้ ก็ต้องช่วยดูแลระบบการฝึกการปฏิบัติงานให้ดี ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกใครต่อใครเอาชื่อมาฝากไว้ที่โรงเรียนว่ามาฝึกปฏิบัติการสอน แต่ตัวไม่รู้อยู่ไหน ส่วนคุรุสภาจะวางระบบการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อป้องกันการซื้อขายใบปริญญา และขึ้นบัญชีดำสถาบันที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่สำคัญจะมีการประเมินคุณภาพผู้ที่จะเข้ารับใบประกอบวิชาชีพครูเป็นรายบุคคลเหมือนกับองค์กรวิชาชีพอื่นๆ เช่น ผู้จบนิติศาสตร์ ถ้าจะเป็นทนายความก็ต้องสอบตั๋วทนายให้ได้ก่อน ถึงจะสามารถไปว่าความได้ ไม่ใช่จบจากมหาวิทยาลัยแล้วเดินมาขอใบประกอบวิชาชีพครูได้ทันทีเหมือนปัจจุบันนายองค์กรกล่าว
ที่มา: http://www.thairath.co.th |
|
โพสเมื่อ :
11 เม.ย. 54
อ่าน 21800 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |