’วรวัจน์’ชี้คนไทยไม่พร้อมขึ้นเวทีอาเซียน
'วรวัจน์'ชี้คนไทยไม่พร้อมขึ้นเวทีอาเซียน
จากการประชุมประชาพิจารณ์โครงการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการผลิต และพัฒนากำลังคน เพื่อการรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ตนมองว่าสำหรับประเทศไทยถือเป็นมหันตภัย เพราะคำว่า ประชาคมอาเซียน เหมือนเป็นประเทศเดียวกัน ไม่มีกำแพงภาษี หรือข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น แต่จนถึงขณะนี้เรายังไม่มีความพร้อมด้วยประการทั้งปวง เห็นได้จากการทำงานของระบบราชการที่ผ่านมา เมื่อมีการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ ในหลาย ๆ เรื่อง ไทยจึงเสียเปรียบตลอด เพราะระบบเราไม่เอื้ออำนวย ทั้งนี้ตนตั้งใจมาอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อรับหน้าที่พัฒนากำลังคน เนื่องจากเห็นปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องคน ซึ่งวันนี้ผลิตคนเพื่อการเรียนรู้ ส่วนใหญ่จบมาตกงาน พร้อมแบกรับภาระหนี้กองทุนให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ไว้ด้วย โดยกว่า 5 แสนคนไม่มีปัญญาชำระหนี้ เพราะไม่มีงานทำ และอีกหลายล้านคนก็ไม่มีปัญญาจ่ายเหมือนกันแม้จะมีงานทำแล้ว จึงชี้ให้เห็นว่าแม้การแข่งขันในประเทศเรายังไม่พร้อมเลย แล้วจะไปแข่งอะไรกับต่างประเทศ นายวรวัจน์ กล่าวว่า ต่อไปจะมีการตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบแต่ละประเทศ โดยตนได้ขอให้มหาวิทยาลัยตั้งคณะรับผิดชอบดูแลว่า ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมีจุดแข็งจุดอ่อนและรสนิยมอย่างไร โดยจะมีการจัดงบฯให้ เพื่อให้คณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยไปศึกษารายละเอียดของประเทศที่ตนเองรับผิดชอบ ขณะเดียวกันก็ให้มีการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด โดยดูว่าในแต่ละจังหวัดมีทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิประเทศ ประเพณี องค์ความรู้ในพื้นที่ และศักยภาพของบุคลากรเป็นอย่างไร โดยให้ทั้ง 5 องค์กรหลักบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อจะได้รู้เขารู้เรา และจัดองค์ความรู้ให้ตอบสนองต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยจะต้องมีการจัดทำหลักสูตรใหม่ให้สอดคล้องกันด้วย รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ นำเสนอผลโครงการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการผลิต และพัฒนากำลังคน เพื่อการรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนว่า จากการศึกษาพบว่าภาษายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานของคนไทย เด็กไทยขาดทักษะ การคิดวิเคราะห์ นโยบายของรัฐและกฎหมายเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายแรงงานยังไม่ชัดเจน ซึ่งคณะผู้ศึกษาได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการผลิตกำลังคน โดยมีสาระสำคัญ อาทิ ควรเพิ่มเติมหลักสูตรให้ผู้เรียนได้รู้จักประเทศอาเซียนในทุกมิติก่อนปี 2558 คัดเลือกให้มีโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่สอนต่ำกว่าปริญญาตรีในทุกอำเภอ เป็นต้นแบบการจัดการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับอาเซียน เร่งรัดผลิตและพัฒนาครูสอนภาษาอังกฤษให้รู้จริง และสอนได้จริงกระจายทั่วประเทศ เร่งดำเนินการตามนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองให้บังเกิดผลอย่างแท้จริง หากกำหนดเป็นวาระแห่งชาติได้จะยิ่งดี ส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยสามารถสื่อสารกันได้กับประชาชนในทุกประเทศอาเซียนอย่างน้อยคือภาษาอังกฤษ และภาษาอาเซียนอื่นอีก 1 ภาษา ตลอดจนเร่งรัดพัฒนาแรงงานให้ได้มาตรฐานฝีมือเป็นที่ยอมรับ วางระบบมาตรฐานวิชาชีพ รวมถึงเร่งรัดการพัฒนากรอบคุณวุฒิวิชาชีพของไทยให้สอดรับกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพของอาเซียน และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากการรวมตัวเป็นชุมชนอาเซียนให้แรงงานได้รับรู้อย่างกว้างขวาง เป็นต้น.
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ |
|
โพสเมื่อ :
31 ส.ค. 54
อ่าน 53077 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |