มหาวิทยาลัยขานรับ 'สมาคมสภามหาวิทยาลัยฯ'พร้อมหนุน 'สกอ.' ดันคุณภาพอุดมศึกษา
|
สภามหาวิทยาลัย -ผู้บริหาร
เห็นพ้องตั้ง "สมาคมสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย" ทำงานขนาน " สกอ."
เสริมเขี้ยวเล็บ "สภามหาวิทยาลัย"
ร่วมจัดระเบียบมหาวิทยาลัยนอกลู่ยกมาตรฐานวิชาการ-หลักสูตรอุดมศึกษา
พร้อมจับมือ "กพร."- "สมศ." นำมาตรฐาน สมาคมฯใช้ร่วมในเกณฑ์ประเมินคุณภาพ
ดร.ชุมพล พรประภา ประธานที่ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย
เปิดเผยว่า
ปัญหาที่เกิดในระบบการศึกษาของประเทศและได้พยายามแก้ไขกันมาตลอดคือเรื่อง
คุณภาพการศึกษาแม้ว่าจะมีการปฏิรูปการศึกษาผ่านมา 10 ปีแล้ว
แต่คุณภาพการศึกษาทุกระดับยังไม่ดีขึ้น
โดยเฉพาะอุดมศึกษาที่มีมหาวิทยาลัยเกิดใหม่มากมายทำให้ไม่สามารถควบคุม
คุณภาพได้ ซึ่งทางแก้ส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่คุณภาพของครู อาจารย์
แต่ความจริงแล้วหัวใจของการปฏิรูปฯ คือการบริหารจัดการ ถ้าระบบบริหารดี
คุณภาพก็จะดีตามมาและตัวขับเคลื่อนคุณภาพที่สำคัญคือ สภามหาวิทยาลัย
แต่ที่ผ่านมาสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งต่างคนต่างทำงาน
และมีรูปแบบการดำเนินงานที่หลากหลาย มีประสบการณ์ การปฏิบัติหน้าที่
และสถานภาพของกรรมการสภามหาวิทยาลัยแตกต่างกัน
โดยที่ยังไม่มีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยตามหลัก
ธรรมาภิบาล (Good Governance)
ในการควบคุมดูแลมหาวิทยาลัยอย่างที่กำหนดไว้ในระบบอุดมศึกษาของประเทศที่
พัฒนาแล้ว ดร.ชุมพลกล่าวว่า
ซึ่งเรื่องนี้ได้ปรึกษาหารือกันมานานในกลุ่มของนายกและอดีตนายกสภา
มหาวิทยาลัย รวมทั้งกรรมการและอดีตกรรมการสภามหาวิทยาลัยหลายแห่ง
จนเห็นพ้องต้องกันว่าควรมีองค์กรกลางที่เป็นที่รวมของสภามหาวิทยาลัยต่างๆ
ในรูปแบบของสมาคมทำหน้าที่ในการศึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสร้างระบบ
ธรรมาภิบาลในการบริหารมหาวิทยาลัย
และทำหน้าที่ฝึกอบรมและเตรียมบุคลากรให้มีความพร้อมในการทำหน้าที่กรรมการ
สภามหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเบื้องต้นได้ก่อตั้งหน่วยงานในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการขึ้นมาก่อน
ใช้ชื่อว่า "ที่ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย" (ทกสท)
พร้อมกับจัดให้มีการประชุมวิชาการและระดมความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งการจัดประชุมครั้งแรกที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
ได้รับการตอบรับเกินความคาดหมาย จากนั้นได้เสนอให้มีการจัดตั้ง
"สมาคมสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย" (สสมท)
ขณะนี้เราได้ยื่นขอจดทะเบียนแล้ว คาดว่าจะมีผลภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
ส่วนที่ตั้งสมาคมจะใช้สถานที่ซึ่งเป็นอาคารสร้างใหม่ของมหาวิทยาลัยศรีนคริน
ทรวิโรฒประสานมิตรเป็นที่ทำการ จากนั้นก็จะแต่งตั้งนายกสมาคม กรรมการ
และผู้ทำงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อกำหนด
กฎระเบียบและบทบาทหน้าที่ของสมาคมไว้ชัดเจน
โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมประชุมวิชาการ การอบรมในวาระต่างๆ
ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรสภามหาวิทยาลัยให้กับมหาวิทยาลัยทุกแห่ง
"สิ่งเราจะผลักดันอย่างแรกคือ
กำหนดให้สภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีเจ้าหน้าที่มาดูแลกิจการของสภา
มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะตัวอย่างที่ท่านอาจารย์วิจิตรทำไว้ เช่น
ให้รองอธิการบดีมาดูแล มีเจ้าหน้าที่
และมีที่สำนักงานสำหรับนายกสภามหาวิทยาลัย
มีสำนักงานของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
และต้องมีงบประมาณของกิจการสภามหาวิทยาลัยโดยตรง
ซึ่งปัจจุบันต้องผ่านเจ้าหน้าที่สำนักงานอธิการและรออธิการเป็นคนอนุมัติ
ซึ่งหลายแห่งเช่น มหิดล มสธ.ทำแล้วและก็ได้ผลมาก
อีกเรื่องคือเราจะพัฒนาเลขาสภาฯ
ให้มีบทบาทที่ชัดเจนต้องเข้ามาทำงานแบบฟูลไทม์อย่างเต็มตัว
เพื่อให้การทำงานของสภาฯ มีความเข้มแข็งและคล่องตัวมากขึ้น" ดร.ชุมพลกล่าว
ด้าน ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์
รองประธานที่ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า
การพัฒนามหาวิทยาลัยที่ผ่านมาเน้นการบริหารที่เป็นอิสระ
ซึ่งหลักการนี้ก็ยังใช้ได้อยู่ แต่ขณะนี้เรามีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นแล้ว 170
แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีการบริหารที่หลากหลายแตกต่างกันไป
และก็เริ่มออกนอกลู่นอกทาง
ทำอย่างไรให้ความอิสระนั้นตั้งอยู่บนแนวทางที่เหมาะสมซึ่งเป็นหน้าที่ของสภา
มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่จะต้องมาร่วมกันกำหนดแนวทางหรือหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม
ร่วมกัน
ต่อไปเมื่อเรามีสมาคมมาเป็นตัวเชื่อมและขับเคลื่อนเรื่องนี้ก็จะมีกรอบให้
มหาวิทยาลัยดำเนินการอยู่ในลู่ทางที่ถูกต้องเหมาะสม
โดยที่ไม่ทำให้หลักการของความเป็นอิสระหายไป
ที่เราเป็นห่วงคือเรื่องมาตรฐานต่างๆไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานวิชาการ
มาตรฐานหลักสูตร ซึ่งต่อไปสมาคมก็จะมีเกณฑ์ต่างๆ เช่นเรื่องมาตรฐานการศึกษา
จะมีคนในสภามหาวิทยาลัยที่ดูแลเรื่องมาตรฐานการศึกษามาประชุมร่วมกัน
และทุกคนก็เอาเกณฑ์นี้ไปใช้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
หรืออย่างค่าตอบแทนอธิการบดีก็อาจจะมีการกำหนดเป็นเกณฑ์มาตรฐานขึ้นมา
ซึ่งเราจะทำเรื่องนี้คู่ขนานไปกับ สกอ. ซึ่ง
สกอ.ก็เห็นด้วยที่ให้มีสมาคมขึ้นมาทำงานร่วมกัน
"ขณะนี้เราก็มีองค์กรกลางอุดมศึกษาคือ สกอ.
และก็มีมหาวิทยาลัยซึ่งเปรียบเหมือนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์
กลต.เขามีกำหนดว่าถ้าจะเป็นกรรมการบริษัทจะต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรตาม
ที่ กลต.กำหนด ซึ่ง กลต.จะมีองค์กรคู่คือ ไอโอดี
ทำงานคู่ขนานกันคล้ายสมาคมฯ เป็นตัวจัดการฝึกอบรมให้กรรมการบริษัทต่างๆ
ซึ่งสมาคมของเราก็คล้ายกับไอโอดี คือทำงานคู่ขนานไปกับ สกอ.
ต่อมาตรฐานที่สมาคมมีอาจจะไปใส่ไว้ในมาตรฐานขององค์กรที่ดูแลเรื่องมาตรฐาน
ต่างๆ เช่น สมศ. กพร. อาจจะนำมาตรฐานนี้ใส่เข้าไปใน KPI ของ กพร. เช่น
โครงสร้างการอบรม กพร.อาจจะใส่เข้ามาใน KPI
เช่นกำหนดให้ในสภามหาวิทยาลัยจะต้องมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยผ่านการฝึกอบรม
ไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง
ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยเสริมความเข้มแข็งสภามหาวิทยาลัยและอุดมศึกษาของเรา
ได้เยอะมาก"ดร.ภาวิชกล่าวและว่า
สิ่งที่จะทำให้สังคมได้รับรู้ในเรื่องในวงกว้างก็คือ
การจัดประชุมทางวิชาการ โดยในวันที่ 7 -8
กุมภาพันธ์นี้จะจัดให้มีการประชุมวิชาการประจำปีของ
"ที่ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย" ครั้งที่ 2 เรื่อง
"บทบาทหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยในการพัฒนาอุดมศึกษาของชาติ"ที่โรงแรมรามากา
ร์เด้น
ถนนวิภาวดีรังสิตโดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องในวงการศึกษาและสภา
มหาวิทยาลัยทั้งในอดีตและปัจจุบัน อธิการบดีของมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน
เช่นนายไชยยศ จิรเมธากร รมว.ศึกษาธิการ นายจาตุรนต์ ฉายแสง
อดีตรมว.ศึกษาธิการ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน
ดร.สุเมธแย้มนุ่น เลขา สกอ. ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา
นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.คุณหญิง สุมณฑา พรหมบุญ
กรรมการและประธานคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผล สกอ.
ร่วมอภิปรายและบรรยายในประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ส่วนกิจกรรมครั้งที่ 3
ที่จะจัดขึ้นประมาณเดือนเมษายนคือ เปิดอบรมหลักสูตรเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
และครั้งที่ 4
ในเดือนพฤษภาคมจะจัดอบรมหลักสูตรธรรมาภิบาลสำหรับผู้เป็นกรรมการสภา
มหาวิทยาลัยใหม่ รองประธานที่ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย
กล่าวในที่สุด
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
05 ก.พ. 54
อ่าน 13880 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |