สังคายนากยศ.ยกชุดอุดรูโหว่เจรจากรุงไทยลดค่าต๋งพันล้าน
|
โพสต์ทูเดย์ —
คลังสั่งตั้งกรรมการสังคายนา กยศ.หลังพบช่องโหว่เพียบ
ทั้งการจัดการไร้ประสิทธิภาพทวงหนี้อืด เจอกรุงไทย ฟันค่าต๋งอีกปีละ 1,000
ล้าน นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง
ในฐานะกรรมการและเลขานุการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
เปิดเผยว่า นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง
ในฐานะประธานคณะกรรมการ กยศ.มีคำสั่งให้ตั้งกรรมการขึ้นมา 1 ชุด
เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ กยศ.ใหม่ โดยให้นายกรณ์ จาติกวณิช
รมว.คลัง เป็นประธาน รมว.ศึกษาธิการเป็นรองประธาน
และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลางเป็นกรรมการ
นายรังสรรค์ กล่าวว่า
สาเหตุที่ต้องมีการตั้งกรรมการขึ้นมากำหนดยุทธศาสตร์เนื่องจากการบริหารงาน
ของ กยศ.ที่ผ่านมามีช่องโหว่มาก
ทั้งเรื่องการบริหารเงินกองทุนและการติดตามทวงหนี้
ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวนี้จะพิจารณาใน 3 เรื่องได้แก่
การกำหนดยุทธศาสตร์ของ กยศ.ใหม่ เช่น
การทำความเข้าใจกับสถานศึกษาเพื่อปรับวิธีคิดจากเดิมที่ต้องไปวิ่งหานัก
เรียนมากู้ให้ครบตามวงเงินที่ได้รับโควตาไว้
ทำให้เกิดปัญหาคนที่ได้กู้ไม่ใช่คนที่อยากเรียนจริง
ส่วนคนที่เดือดร้อนจริงกลับไม่ได้กู้ ประการต่อมา
ต้องพยายามเปลี่ยนทัศนคติของนักเรียน นักศึกษาใหม่ ว่าการกู้เงินจาก
กยศ.ไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอาย
และต้องพยายามหาวิธีการยกระดับการพิจารณาแจกทุนให้แก่นักเรียนที่ได้ทุน
นอกจากนี้
จะต้องพิจารณาเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนใหม่
เนื่องจากพบว่าในแต่ละปี กยศ.จะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับธนาคารกรุงไทย
เพื่อเป็นค่าบริหารกองทุนและค่าติดตามทวงหนี้ปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
ซึ่งเป็นอัตราที่มากเกินไป
หากสามารถลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์คืนกลับไปให้นัก
เรียน นักศึกษาได้อีกมาก “กองทุน
กยศ.มีเงินที่ต้องบริหารจัดการอยู่หลายหมื่นล้านบาท
ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าค่าบริหารจัดการและค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ธนาคารกรุง
ไทยต่อปีสูงเกินไป อาจจะเข้าเจรจาเพื่อขอลดค่าธรรมเนียมได้” นายรังสรรค์
กล่าว นอกจากนี้
จะมีการหารือกับธนาคารกรุงไทยเรื่องการพัฒนากระบวนการติดตามทวงหนี้ให้มี
ประสิทธิภาพ เช่น การสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนที่ได้ทุน กยศ.
กลับมาใช้หนี้มากขึ้น ทั้งนี้ จากข้อมูลของ กยศ.พบว่า
มีกลุ่มนักศึกษาผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้ 5 งวดขึ้นไป
ที่จะถูกดำเนินคดีในปี 2554 มีจำนวนทั้งสิ้น 1.67 แสนราย
คิดเป็นมูลหนี้ที่ค้างชำระ 1.66 หมื่นล้านบาท.
ที่มา: http://www.posttoday.com |
|
โพสเมื่อ :
09 ก.พ. 54
อ่าน 10750 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |