’สุชาติ’เบรกเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษา ขอดูความเป็นธรรมอ.ก.ค.ศ.เขตฯ




      

'สุชาติ'เบรกเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษา ขอดูความเป็นธรรมอ.ก.ค.ศ.เขตฯ

 

          ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะเสนอให้พิจารณาปรับเพิ่มจำนวนเขตพื้นที่การศึกษา ตามมติที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.ในสมัยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศธ.เป็นประธาน ซึ่งได้เห็นชอบให้ปรับเพิ่มจำนวนเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเป็น 261 เขต จากปัจจุบัน 225 เขต แยกเป็นเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 78 เขต จาก 42 เขต  โดยมีจังหวัดละ 1 เขต ยกเว้นกรุงเทพฯ มี 2 เขต และคงจำนวนเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 183 เขตเท่าเดิม ว่า การกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่ฯ เป็นเรื่องที่ศธ.มีเป้าหมายเช่นเดียวกับการกระจายอำนาจจากเขตพื้นที่ฯ ไปให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา เพื่อให้มีอำนาจในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งการขยายหรือเพิ่มจำนวนเขตพื้นที่ฯ นั้น เป็นเป้าหมายระยะยาวของศธ.เพื่อแบ่งเบาภาระของศธ.แต่ขณะนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่
          รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ต้องยอมรับว่าเขตพื้นที่ฯ ยังมีปัญหาในหลายเรื่องจนถูกกล่าวถึงหรือร้องเรียนมา และต้องยอมรับว่า อาจเป็นเพราะการบริหารเขตพื้นที่ฯในรูปคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ที่มีอำนาจมากและกรรมการส่วนใหญ่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งในส่วนนี้ก่อให้เกิดปัญหามีการรีดเลือดจากครูในหลายรูปแบบ เช่น การสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูก็มีข้อสอบรั่ว หรือ ได้รับขึ้นบัญชีในอันดับที่ดีแต่ไม่ถูกเรียกไปบรรจุ การโยกย้ายครูก็มีคนร้องเรียนมาว่าถูกเรียกรับเงิน 3 แสนบาท เป็นต้น โดยตนได้ให้ไปแก้ไขปัญหานี้เพื่อมีความโปร่งใสยุติธรรม และมีจริยธรรมก่อนที่จะมีการขยายเขตพื้นที่การศึกษา มิฉะนั้นหากเพิ่มจำนวนเขตพื้นที่ฯ ไปก็จะยังมีปัญหาเช่นเดิม
          ผมพร้อมที่จะให้ปรับเพิ่มจำนวนเขตพื้นที่ฯ แต่ก่อนปรับเพิ่มต้องพิสูจน์ได้ว่าจะสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ฯ ได้มากขึ้น ไม่ใช่ความเป็นธรรมลดน้อยลง เช่น เดิมอำนาจทั้งหมดอยู่ในส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งโยกย้าย หรือเลื่อนขั้นจะล่าช้า ซึ่งความล่าช้าถือว่าเป็นความไม่เป็นธรรม จึงต้องมีการกระจายอำนาจลงไปในเขตพื้นที่ฯ ทั้ง  225 เขตเพื่อความรวดเร็ว แต่พอกระจายอำนาจไปแล้วเขตพื้นที่ฯ ก็มีปัญหาเช่นกัน  รมว.ศธ. กล่าวและว่าระบบของกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เป็นปัญหาใหญ่ของระบบการศึกษาไทย จำเป็นต้องหาวิธีที่ดีในการสรรหาผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ รวมทั้งต้องมีระบบการตรวจสอบที่ดีด้วย ซึ่งอาจจะมีกรรมการกลางชุดหนึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนการปรับแก้กฎหมายด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องนั้น อาจจะทำได้ยากและต้องยอมรับว่ากฎหมายการกระจายอำนาจในประเทศไทยเหมือนเป็นการกระจายการคอร์รัปชั่นไปในตัวด้วย ทั้งนี้ตนได้มอบให้ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปพิจารณาคิดระบบให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจของกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ได้ เพราะถ้าแก้ไขเรื่องนี้ได้จะทำให้คุณภาพการเรียนการสอนดีขึ้นมหาศาล แต่หากไม่แก้ไขจะทำให้ปัญหายิ่งขยายวงไปอีก.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



โพสเมื่อ : 02 พ.ค. 55   อ่าน 2246 ครั้ง      คำค้นหา :