คอลัมน์: รายงาน: สัมผัส...ค่ายเรียนรู้ สานต่อโครงการ ’พระราชดำริ’
คอลัมน์: รายงาน: สัมผัส...ค่ายเรียนรู้ สานต่อโครงการ 'พระราชดำริ'
ชุลีกร กิตติก้อง การเริ่มต้นปฏิบัติจากตนเองก่อน... เป็นบทสรุปที่สั้น กระชับ และง่ายที่จะนำไปเป็นจุดเริ่มต้นเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักการทรงงานไปสู่สังคมวงกว้าง สำหรับนิสิตนักศึกษาที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการค่ายเรียนรู้และเผยแพร่โครงการพระราชดำริ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด สกอ.จัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงและเรียนรู้จากการไปสัมผัสหรือปฏิบัติงานจริง ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสร้างนิสิตนักศึกษารุ่นใหม่ที่จะสืบสานและน้อมนำพระราชดำริและหลักการทรงงานไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง สามารถบูรณาการไปสู่การพัฒนาชุมชนและสังคมต่อไป นางวราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เล่าถึงที่มาของโครงการว่า เพื่อให้แนวพระราชดำริและหลักการทรงงานของพระองค์ท่าน สามารถถ่ายทอดไปสู่นิสิตนักศึกษา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนช่วยในการสานต่อแนวพระราชดำริให้บังเกิดความยั่งยืน และเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่มีความต่อเนื่อง สามารถนำผลสำเร็จของโครงการไปประยุกต์ปฏิบัติได้จริง สกอ.จึงจัดโครงการค่ายเรียนรู้และเผยแพร่โครงการพระราชดำริ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดขยายผลการเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการทรงงาน รวมถึงพระราชกรณียกิจ และพระราชดำริที่ได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ต่างๆ โดยกิจกรรม ประกอบไปด้วยการให้ความรู้เชิงบูรณาการ ผสมผสานการเรียนรู้และปฏิบัติจากพื้นที่จริง สกอ.และสถาบันอุดมศึกษา ได้กำหนดพื้นที่ดำเนินการเพื่อให้ผู้นำนิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้ควบคู่ไปกับการทดลองปฏิบัติในพื้นที่จริง จำนวน 6 พื้นที่ เพื่อจัดเป็นค่ายเรียนรู้ 6 ค่าย ได้แก่ ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี, โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ จ.สมุทรสงคราม และศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา และได้นำนิสิตนักศึกษาแบ่งกลุ่มลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การอยู่ค่าย และประสบการณ์การทำ งานร่วมกัน สกอ.ได้ตรวจเยี่ยมค่ายเรียนรู้ทั้ง 6 ค่าย พบว่า นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้พระราชดำริ พระราชกรณียกิจ หลักการทรงงาน ตลอดจนความรู้ เนื้อหาและทักษะ จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยผ่านกิจกรรมการบรรยาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งนิสิตนักศึกษาได้สัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตและการทำงานของผู้ที่น้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้ในการดำเนินชีวิตจนประสบผลสำเร็จ มีชีวิตที่พอเพียงและมีความสุขอย่างแท้จริง รองเลขาธิการ กกอ.เล่าต่อว่า จากการตรวจเยี่ยมค่ายที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) อุตรดิตถ์ มรภ.นครสวรรค์ และ มรภ.พิบูลสงคราม เข้าร่วมกิจกรรม พบว่า นักศึกษาได้เรียนรู้วิถีการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริ พออยู่ พอกิน อาทิ หลักการพัฒนาและอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า หลักการเกษตรผสมผสาน หลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ การเรียนรู้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง หลักการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการเกษตร กิจกรรมศึกษาธรรมชาติและการใช้ชีวิตร่วมกับป่า ซึ่งนอกจากนักศึกษาจะได้รับความรู้จากวิทยากรแล้ว ยังมีโอกาสในการฝึกปฏิบัติ และนำการศึกษา เรียนรู้ การสำรวจและสังเกตชุมชน มาถ่ายทอดข้อคิด ความรู้ ประสบการณ์ร่วมกันอีกด้วย สกอ.คาดหวังว่านิสิตนักศึกษาจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากค่ายเรียนรู้ฯ ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตของตนเอง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการถ่ายทอดและเผยแพร่พระราชกรณียกิจให้เป็นที่ประจักษ์ ทั้งยังคาดหวังให้ จุดเริ่มต้นของค่ายเรียนรู้ฯ เล็กๆ 6 ค่ายนี้ ก่อให้เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับชุมชน ในการสืบสานงานพระราชดำริเพิ่มขึ้น รองเลขาธิการ กกอ.กล่าวจากจุดเริ่มต้นของค่ายเรียนรู้ฯ สู่จุดเริ่มต้นของตัวแทนนิสิตนักศึกษาที่จะนำความรู้ วิถีการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริไปเริ่มใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง จากหนึ่งสู่สอง สกอ.คาดหวังว่าในไม่ช้าวิถีการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริจะขยายไปสู่สังคมในวงกว้างเพื่อเป็นสังคมแห่งความสุขต่อไป
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
09 พ.ย. 55
อ่าน 2734 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |