มติบอร์ดคุรุสภาเสียงแตกยื้อดำเนินคดีปลอมวุฒิ"มอส."ลุ้นชี้ขาด 3 มิ.ย.
มติบอร์ดคุรุสภาเสียงแตกยื้อดำเนินคดีปลอมวุฒิมอส.ลุ้นชี้ขาด 3 มิ.ย.
มติบอร์ดคุรุสภาเสียงแตก ยื้อแจ้งความดำเนินคดีปลอมวุฒิมหาวิทยาลัยอีสาน เหตุไม่มีปรมาจารย์ด้านกฎหมายเข้าร่วมประชุมบอร์ด เผยอยากให้อนุกรรมการฝ่ายกฎหมายศึกษารอบด้านก่อน เตรียมชงเรื่องเสนอบอร์ดชี้ขาดอีกรอบ 3 มิ.ย.นี้ ด้าน กกอ.จี้แก้หลักสูตรไม่ผ่านสภาวิชาชีพ เล็งออกกฎกระทรวงคุมมหาวิทยาลัยปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพ ความคืบหน้ากรณีมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) ถูกร้องเรียนว่ามีการซื้อขายปริญญาจนนำไปสู่การแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอีสาน พร้อมกับการปลดอธิการบดีออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางความเดือดร้อนของนักศึกษาที่เรียนจบจากสถาบันการศึกษานี้ ล่าสุดบอร์ดคุรุสภาพยายามหาทางออกเรื่องนี้ แต่ในที่สุดก็ไร้ข้อยุติ ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดคุรุสภา ซึ่งมีวาระพิจารณาเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีกรณีนักศึกษาซื้อปริญญา ปริญญาโท บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) แล้วนำมาใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ว่า ที่ประชุมได้อภิปรายเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง แต่เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก เพราะเกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีทั้งอาญาและแพ่ง สุดท้ายบอร์ดคุรุสภาจึงไม่มีมติว่าจะแจ้งความดำเนินคดี มอส.หรือไม่ แต่มอบให้คณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมาย ซึ่งประกอบด้วยนักกฎหมายจากหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาทนายความ อัยการ นิติกรของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) ไปศึกษา และสรุปความเห็นเสนอบอร์ดคุรุสภา ซึ่งจะประชุมอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2554 ที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง เริ่มจากประเด็นว่า คุรุสภาเกิดความเสียหายจากกรณีนี้หรือยัง ซึ่งความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่า เกิดความเสียหายแล้ว แต่อีกฝ่ายอยากให้ใจเย็นก่อน เพราะแนวทางยังไม่ครอบคลุม หลักฐานก็ยังไม่ชัดเจน ต่อให้สรุปว่าคุรุสภาได้รับความเสียหายแล้ว ก็ไม่รู้ว่าควรดำเนินกับมอส. หรือดำเนินกับนักศึกษาทั้ง 794 คน ที่ใช้วุฒิการศึกษาที่มีปัญหามายื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีถึง 794 คดี เพราะฉะนั้นบอร์ดคุรุสภาจึงอยากให้อนุกรรมการฝ่ายกฎหมายไปสรุปมาก่อนว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตั้งแต่มหาวิทยาลัย นักศึกษา มีความผิดหรือไม่ ในฐานความผิดใด สุดท้าย หากสรุปให้ดำเนินคดี ควรจะแจ้งความดำเนินคดีในลักษณะใด และแจ้งที่ไหน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองปราบฯ หรือ สน.ดุสิต ประธานบอร์ดคุรุสภา กล่าว ประธานบอร์ดคุรุสภา กล่าวต่อว่า บอร์ดคุรุสภาวันนี้ไม่สามารถสรุปเรื่องนี้ได้จริง เพราะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เช่น รศ.ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา ที่เป็นปรมาจารย์ด้านกฎหมายก็ไม่ได้มาประชุม เพราะคุณแม่ถึงแก่กรรม กรรมการที่เหลือก็ไม่มีใครเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย จึงไม่อยากด่วนสรุปอะไร เพราะกลัวจะผิดพลาดได้ รวมทั้งอยากใช้เวลาตรวจสอบประเด็นอื่นๆ ให้รอบด้านด้วย นายนิยม ศรีวิเศษ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คุรุสภา กล่าวว่า บอร์ดคุรุสภาเป็นห่วงอนาคตนักศึกษา 794 คน ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพราะส่วนหนึ่งก็เป็นนักศึกษาที่มาเรียนจริง ฝึกสอนจริงครบถ้วน ทั้งนี้นักศึกษาต้องรีบกลับไปที่มหาวิทยาลัยอีสาน เพื่อให้คณะกรรมการควบคุมการดำเนินการมหาวิทยาลัยอีสานที่สกอ.ตั้งขึ้นทำหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัย รีบอนุมัติการจบการศึกษาให้ อย่างไรก็ตาม มีนักศึกษากว่า 300 คน มาเขียนข้อโต้แย้งที่คุรุสภาแล้ว ก็ไม่ได้แย้งที่คุรุสภาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้มหาวิทยาลัยอีสานอนุมัติการจบการศึกษา และบางส่วนอยากให้คุรุสภาคืนเงินให้กับนักศึกษาด้วย ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า จากการประชุมหารือร่วมกันระหว่างองค์กรวิชาชีพและสกอ.ถึงปัญหานักศึกษาที่เรียนในสาขาที่ต้องมีสภาวิชาชีพให้การรับรองเพื่อไปขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเข้าทำงาน พบว่า ขณะนี้สภาวิชาชีพที่มีปัญหา ได้แก่ สัตวแพทย์สภา และสภาเทคนิคการแพทย์ โดยคณะสัตวแพทย์มีมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาอยู่ 4 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) มหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ศรีวิชัย มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ส่วนสภาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยที่มีปัญหามีอยู่ 3 แห่ง แต่ได้แจ้งข้อมูลมายังสกอ.แล้ว 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) และวิทยาลัยนครราชสีมา ส่วนอีกแห่งคือ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลใดมายังสกอ. และขาดการติดต่อ อีกทั้งทราบมาว่ากำลังเปิดรับนักศึกษาอยู่ รองเลขาธิการกกอ.กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทางสภาวิชาชีพได้ให้คำแนะนำในส่วนของมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาไปบ้างแล้ว หากทำตามก็เชื่อว่านักศึกษาก็จะได้รับความช่วยเหลือ แต่ในส่วนของมบส. ซึ่งขณะนี้ยังมีปัญหาฟ้องร้องกับศาลปกครองอยู่ สกอ.พยายามช่วยไกล่เกลี่ย แต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ยอมคุยกัน ดังนั้นคงต้องรอคำตัดสินของศาลปกครองก่อน จึงจะสามารถให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นควรต้องออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การรับรองหลักสูตรที่อยู่ในการควบคุมของสภาวิชาชีพทั้งหมด โดยหลักๆ คือ ต่อไปหลักสูตรที่จะเปิดการเรียนการสอนได้จะต้องผ่านการรับรองจากสภาวิชาชีพ และให้สกอ.รับทราบก่อนและเมื่อเปิดรับนักศึกษาก็จะต้องส่งรายชื่อและจำนวนนักศึกษามาไว้ที่สกอ.เพื่อเก็บเป็นข้อมูล เวลามีปัญหาจะได้ดำเนินการแก้ไขได้ทันที ซึ่งจากนี้สกอ.จะไปร่างรายละเอียดทั้งหมดเพื่อเสนอให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังเห็นว่าไม่ควรเปิดสอนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสภาวิชาชีพในศูนย์การจัดการศึกษานอกที่ตั้ง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องคุณภาพตามมา
ที่มา: http://www.komchadluek.net |
|
โพสเมื่อ :
20 พ.ค. 54
อ่าน 71338 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |