’ชัยพฤกษ์’พ้อสพฐ.ไม่ลดสายสามัญ เป็นเหตุรับนักเรียนอาชีวะไม่ตามเป้า เล็งปรับสัดส่วนเหลือ
'ชัยพฤกษ์'พ้อสพฐ.ไม่ลดสายสามัญ เป็นเหตุรับนักเรียนอาชีวะไม่ตามเป้า เล็งปรับสัดส่วนเหลือ 50 ต่อ 50 ปี'59
เมื่อวันที่ 10 มกราคม นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมี นโยบาลเพิ่มสัดส่วนนักเรียนสายสามัญ และสายอาชีพ เป็น 70 : 30 ภายในปี 2561 จากปัจจุบัน 40 : 60 นั้น เป็นไปได้ยาก ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) พยายามทำโครงการเพื่อเพิ่มจำนวนนักเรียนสายอาชีพให้มาก ขึ้น ทั้งโครงการจัดตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาอำเภอ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยอาชีว ศึกษาหลักสูตรอินเตอร์ เป็นต้น ขณะที่กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ยังมีเท่าเดิม คือประมาณ 500,000 คน ดังนั้น หาก สอศ.จะเพิ่มจำนวนนักเรียนสายอาชีพได้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะต้องมีนโยบายลดจำนวนนักเรียนสายสามัญลงด้วย นายชัยพฤกษ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า สพฐ.ยังไม่เคยมีนโยบายที่จะลดจำนวนนักเรียนสายสามัญลงเลย ทั้งที่หากต้องการจะเดินไปตามเป้าหมายที่ 70 : 30 ภายในปี 2561 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องวางแผนการรับนักเรียนร่วมกัน เพราะหาก สพฐ.ไม่ปรับแผนการรับนักเรียนลง เป้าหมายดังกล่าวคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น สอศ.จึงได้กำหนดเป้าหมายการรับนักเรียนเองว่า ภายในปี 2559 สัดส่วนการ รับเรียนสายอาชีพกับสายสามัญจะต้องเป็น 50 : 50 เท่านั้น จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าในปี 2559 สัดส่วนการรับนักเรียนจะต้องอยู่ที่ 60 : 40 ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็เข้าใจว่าต้องการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายไว้ก่อน ผมเคยบอกถึงปัญหาดังกล่าวในการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปเมื่อเร็วๆ นี้ และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.รับจะไปพิจารณารายละเอียด เพราะหาก สพฐ.ไม่ลดการรับเด็กลง ยอดนักเรียนสายอาชีพคงไม่มีทางเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน สพฐ.จะต้องแนะแนวการศึกษา พร้อมกับดูว่าเด็กมีพื้นฐานทางด้านใด เพื่อส่งเสริมให้เขาได้เรียนในสิ่งที่ถนัด รวมถึง ต้องแนะแนวอาชีพที่เหมาะสมในอนาคตให้ด้วย เพราะถ้าเด็กจะมาเรียนสายอาชีพ ก็ต้องเลือกอีกครั้งว่าจะเรียนวิชาชีพใด แต่เท่าที่ดู ระบบการแนะแนวในโรงเรียนเอง ยังไม่มีความเข้มแข็ง นายชัยพฤกษ์กล่าว
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
11 ม.ค. 56
อ่าน 1761 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |